[SF]Tomorrow
posted on 25 Nov 2009 09:53 by sarangstory in CiTRiNe-ShortfictionWarning!! : Yaoi Fiction เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้อ่าน และอาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้นจากจินตนาการและความคิด ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลใดๆ ใน Fiction และมิได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลใดๆนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด ขอให้ใช้วิจารณญาณก่อนอ่านและถ้าคุณไม่พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับหรือรับไม่ได้กับฟิคแนวนี้ขอให้ปิดหน้านี้ไปเสียนะคะ
Title : [SF]Tomorrow
Author : CiTRiNe
paring : Yunho-Jaejoong
rating : PG
Genre : ไม่รู้จิ่555 เอาเป็น
แนวสนองนี๊ดตัวเองก็แล้วกัน
Note : เริ่มต้นและจบลงเพราะคิดถึงและรอคอย...ก็เท่านั้น
จริงจริ๊งงงงงง
‘ฉันจะรอนะ’
‘ฉันขอมากไปมั้ย ที่ให้นายรอ...แจจุง’เนื้อเสียงทุ้มติดแหบกว่าปกตินิดหน่อยกรอกมาทางปลายสาย
ทำให้เจ้าของเครื่องต้องรีบกลับไป
‘ไม่...ยุ นโฮ ฉันรอนายได้เสมอ รอวันที่พวกเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน’ถึงปากจะบอกแบบนั้นรอได้ แต่น้ำเสียงหวานกลับแผ่วเบาลงเหมือนต้องการจะบอกว่าเจ็บปวดกับการรอคอยที่
ยาวนานนี้เหลือเกินจนปลายสายเองจำต้องเอ่ยตัดบทสนทนาเพราะไม่อยากให้อีกฝ่าย รู้ว่าตัวเองก็กำลังเจ็บปวดไม่ต่างกัน
‘...รักษาตัวด้วยนะ’
‘อื้อ..นายก็ด้วย’ รักษาตัวให้ดี
นายเองก็เช่นกัน อย่าเจ็บปวด อย่าทุกข์ใจ อย่ากังวลใดๆที่รัก...ได้โปรด จงเชื่อมั่นว่าเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน
“ถึงแล้วพี่!! พี่เหม่ออีกแล้วนะ”จุนซูเขย่าเบาๆที่ต้นแขนของแจจุง
เพื่อเตื่อนให้อีกฝ่ายรู้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว
“ถึง แล้วเหรอ”ใบหน้าหวานมองออกไปด้านนอกกระจกรถที่ติดฟิล์ม
สนามบินนานาชาติอินชอน สถานที่ที่แสนคุ้นเคยแต่บรรยากาศในวันนี้ชั่งต่างจากเดิมนัก
เมื่อเขาไม่มีใครบางคนที่เคยอยู่เคียงข้าง
“อย่าทำหน้าซังกะตายแบบ นั้นหน่า ทำเป็นไม่เคยไปได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ได้เจอกันแล้ว”เสียงทุ้มนุ่มของปาร์คยูชอนดังขึ้น พร้อมกับมือขาวของเจ้าตัวที่ตบปุลงกับหน้าตักเรียว
ก่อนจะชวนพี่ใหญ่ให้เข้าไปด้านในด้วยกัน“ไปกันเถอะ...เดี๋ยวก็พี่ๆเขาต้อง
รีบกลับไปทำงานกันต่ออีก”
“อื้อ”
‘ทำไมคนเยอะแบบนี้เนี้ย’ใบหน้าหวานย่นคิ้วเข้าหากันเมื่อมองบรรยากาศรอบตัว ที่มีแต่ผู้คนและเสียงดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณด้วยความหวั่นใจ
มาสนามบินก็บ่อยแต่ก็นะจะมากี่ทีก็ให้ตายซิ! คนก็ยังเยอะได้ทุกครั้งซิ แล้วเบียดกันแบบนี้วันนี้เค้าจะเจ็บเนื้อเจ็บตัวอีกมั้ยเนี้ย
ร่างสู งดปร่งก้าวออกมาจากรถ พลางมองน้องร้องนำของเขายืนเบะปากมองผู้คนที่เต็มสนามบินด้วยสายตาหวาดหวั่น
มือหนาโอบเอวบางแล้วเลื่อนตัวเองมาชิดด้านข้างของแจจุง ก่อนก้มลงกระซิบลงข้างหู‘ไม่ต้องกลัว..เดินไปอย่างมั่นใจเถอะ ฉันจะอยู่ข้างๆนาย นายไม่เป็นอะไรหรอก’
ถึงวันนี้คนจะไม่เยอะ
ไม่เบียดเสียดกันเหมือนทุกครั้ง นายก็ยังจะอยู่ข้างๆฉันเหมือนเดิมใช่มั้ยยุนโฮ
“ยิ้มหน่อยหน่าพี่ เดี๋ยวรูปออกมาพี่ยุนโฮเห็นพี่หน้าหงอยแบบนี้ก็ได้หงอยตามหรอก”จุนซูกระเซ้า เมื่อเห็นตากลมมองบรรยายกาศรอบตัวที่ต่างไปจากทุกครั้งด้วยแววตาหม่น
“ถึง คนไม่เยอะแต่รับรองได้ว่าจะมีกล้องถ่ายชัวว์นู่นๆเล็งใหญ่แล้ว ฉะนั้นฉีกยิ้มนิดนึงที่รักเดี๋ยวรูปไม่สวย”เช่นเดียวกันยูชอนก็ช่วยใช้สายตา พยักเพยิดให้เพื่อนเล่ห์ไปทางเด็กสาวกลุ่มใหญ่ที่ถือทั้งกล้องวีดีโอและ
กล่องดิจิตอล พอเห็นสาวๆตั้งท่าส่องมาทางพวกเขา ก็ทั้งสองหันมาคุยกันใหญ่แถมฉีกยิ้มฮัมเพลงมั่วๆอารมณ์ดีจนคนสวยคลี่ยิ้มออก
มาบ้าง“อื้อแบบนี้แหละสวยเฉียบเสียบทรวงเลย”
“บ๊องจริงพวกนายนิ่”
“ทำอะไรอยู่พี่ จัดของเหรอ
นี่แม่ผมทำไก่ตุ๋นโสมมาฝากพี่ด้วย มากินข้าวเถอะ”
ยุนโฮหันไปมองน้องเล็กของวงที่ยืนพิงประตูห้องนอนของเขาพร้อมกับชูถุงผ้าใบโตในมือเป็นการเชิญชวน
“นายล่ะกินหรือยัง”
“กิน แล้ว แต่จะถ้าให้กินอีกก็ไม่มีปัญหาหรอก”มือยาวเปิดลิ้นชักหยิบจาน
ช้อน ซ้อมที่พี่ใหญ่คนสวยเคยจัดเตรียมเอาไว้อย่างเป็นระเบียบออกมาส่งให้พี่ชาย และหยิบของตัวเองด้วยเช่นกัน
“ลดไม่ทันจะขำให้”
“กลัวทีไหน ถึงยังไงผมก็หล่ออยู่แล้ว อ่ะพี่รีบกินเถอะเดี๋ยวเย็นหมด”พูดจบก็ตักไก่ชิ้นโตใส่จานให้พี่ชายแล้วตัก อีกชิ้นมาไว้ในจานตัวเอง
“ฝากขอบคุณคุณแม่นายด้วยล่ะกัน”
“จิ้บจ๊อยหน่า”
หลัง จากทานอาหารเสร็จยุนโฮยกจานที่กินเสร็จแล้วไปไว้ในอ่างเพื่อเตรียมล้าง
แล้วให้ชางมินเช็ดโต๊ะแทนเพราะอุส่าห์ขนเอาอาหารที่แม่ทำให้เขากินทั้งที
“นายซ้อมเสร็จกี่โมงวันนี้”ร่างสูงเริ่มเอ่ยถามถึงงานของน้องชาย
“ไม่รู้สิ จะซ้อมหรือเปล่าหรอก พี่ก็น่าจะรู้ดีนี่”
แก ร๊ง! จานในมือหลุดลงกระทบขอบอ่างจนขอบจานแตกบิ่น
ชางมินรีบชะโงกหน้ามาดู แต่ยุนโฮส่ายหน้าตอบน้องไปว่าไม่เป็นอะไร ใช่เขาถามทั้งที่รู้ดี...เพราะมันเป็นสาเหตุให้เขายังอยู่ที่นี่
ไม่ใช่ข้างกายใครคนนั้นอย่างที่หวัง
“ป่านนี้พวกพี่เค้าจะบินกันยังนะ เฮ้อเซ็งชะมัด!”
นั่นสิเซ็งเป็นบ้า!...ป่านนี้นายจะทำอะไรอยู่แจจุง
ขึ้นเครื่องแล้วหรือยัง ที่สนามบินคนเยอะมั้ย นายไม่กลัวใช่มั้ย
ไม่สิ...ฉันรู้แจจุงว่านายทำได้
ฉันอยู่กับนาย....ใจฉันอยู่เคียงข้างนาย...รู้สึกใช่มั้ยคนดี
“ชางมินโทรมาหรือเปล่า”แจจุงที่ยืนอยู่ตรงริมกระจกหน้าต่างเอ่ยถามขึ้น
เมื่อเห็นยูชอนเดินเช็ดผมออกมาจากห้องนอน
“ไม่อ่ะ คงไม่มีอะไรมั้งเลยไม่โทร”
“..........”ไม่มีอะไรงั้นเหรอ ไม่มีอะไรซินะเลยไม่โทร
“ป่าน นี้คงหลับกันไปหมดแล้วล่ะ อย่าคิดมากน่า”ยูชอลเดินเข้ามาโอบบ่าเรียวพลางตบเบาๆเหมือนเช่นที่หัวหน้าวง ของเขาเคยทำประจำเพื่อให้คนตรงหน้านี้คลายกังวลยามที่ไม่สบายใจ
“อื้อ.. ไปนอนเถอะพี่ พรุ่งนี้ก็แค่อีกแป๊บเดียวเอง”จุนซูเดินเข้ามาร่วมกอดเอวไว้อีกคน ถึงแม้กอดของเขากับยูชอนจะเทียบกับใครอีกคนที่แจจุงเฝ้ารอไม่ได้
แต่กอดของพวกเขาก็เต็มเปี่ยมด้วยกำลังใจที่พร้อมจะมีให้กันและกันเสมอ
“ไปนอนกันเถอะ หลับซักตื่นเดี๋ยวสองคนนั้นก็มากันแล้ว”
“อื้ม”ดวงหน้าหวานคลี่ยิ้มให้เพื่อนทั้งสอง
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน ส่งพลังให้กันในยามอ่อนล้าแบบนี้
นายเป็นอย่างไรบ้าง...ยุนโฮ
นายคงหลับอยู่สินะ ดีแล้วพักผ่อนเถอะ
อย่าลืมฝันถึงฉันด้วยนะที่รัก ฉันก็จะฝันถึงนายเช่นกัน
พรุ่งนี้แล้วสินะ พรุ่งนี้ฉันจะรอนะยุนโฮ รอให้นายมาหาฉัน...
“มีอะไรเหรอพี่ นี่กี่โมงแล้วเนี้ย”กรอกเสียงตอบแบบงัวเงียพร้อมขยับเปลือกตาถี่ๆเพื่อปรับ ให้การมองในที่มืดนั่นดีขึ้น
มือยาวเอื้อมไปกดสวิตไฟหัวเตียงให้สว่างเพื่อดูนาฬิกาที่ผนังห้อง แล้วกลับมาสนใจที่ปลายสายอีกที
“ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจที่จะปลุก”
“ผม ก็เพิ่งจะเคลิ้มๆ พี่มีอะไรเหรอฮะ”ตอบไปว่าแค่เคลิ้มแต่ปากหนากลับอ้าออกหาวติดกันเป็นรอบที่
สอง ถ้าเป็นคนอื่นชิมชางมิน คงโวยวายเป็นบ้าเป็นหลังที่โดนปลุกกลางดึกแบบนี้ แต่ไม่ใช่กันคนคนนี้เพราะเป็นพี่ชายคนสำคัญ
พี่ที่อยู่เคียงข้างเขา พี่ที่เสียสละเพื่อเขา
ต่อให้ง่วงมากกว่านี้อีกสิบเท่าก็ไม่เป็นไร
“นาย... ติดต่อ3คนนั้นหรือเปล่าว่าถึงที่นู่นเป็นยังไงบ้าง”ยุนโฮถามเสียงเบา รู้สึกผิดที่อยากรู้จนต้องโทรมารบกวนในวลาแบบนี้
แต่เพราะเขานอนไม่หลับ ชางมินบอกว่าเสร็จงานแล้วจะโทรไปหาทั้งสามคนแล้วจะโทรกลับมาบอกเขานี่ก็หลาย
ชั่วโมงแล้ว เขารอ รอจนเป็นกังวล จนต้องตัดสินใจโทรถามเอง
“หื้อ.. อ๋อ..วันนี้ผมกลับมาดึกน่ะเลยไม่ได้โทร ขอโทษที”เข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงต้องโทรมาหาเขาดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้ เพราะกังวลแต่โทรไปไม่ได้สินะ“ถ้าโทรไปตอนนี้พี่เค้าคงหลับกันหมดแล้ว เอาเป็นพรุ่งนี้เช้าผมโทรให้แต่เช้าเลยละกัน”
“ไม่เป็นไรคงไม่มีอะไรหรอก...นายไปนอนเถอะ ขอโทษที่ปลุกนะ”
“เฮ่ พี่!”ไม่ทันแล้ว
ชางมินมองโทรศัพท์ที่ตัดไปอย่างปลงๆ เอาหน่าอีกแป๊บเดียวก็พรุ่งนี้แล้ว
อดทนอีกนิดพี่ชาย พวกเรากำลังจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน พรุ่งนี้แล้ว
ดึกแล้ว คนดีนายคงกำลังหลับฝันดี
ฝันถึงฉันหรือเปล่า มีฉันอยู่ในฝันของนายใช่มั้ยที่รัก
คิดถึงนะ....ฉันได้แต่ท่องประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา
และคงต้องท่องมันไปทั้งคืนนี้ ฉันคิดถึงนายเหลือเกิน...แจจุง
พรุ่งนี้แล้วสินะ ฉันจะไปหานายแจจุง ได้โปรดรอฉัน...
++++++++++++++++
I hope to keep those beautiful time that we shared
Forever this way
And wish it would never drop away from your lives.
ฉะนั้น เราก็
Always Keep The Faith & Hope To The End
กันต่อไป