2007/Nov/06

Warning!! : Yaoi Fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้อ่าน และอาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง
แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้นจากจินตนาการและความคิด
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลใดๆ ใน Fiction
และมิได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลใดๆนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด
ขอให้ใช้วิจารณญาณก่อนอ่านและถ้าคุณไม่พร้อม
ที่จะเปิดใจยอมรับหรือรับไม่ได้กับฟิคแนวนี้ขอให้ปิดหน้านี้ไปเสียนะคะ



Title : [SF] ไม่อยากให้เธอไว้ใจ
Author : rose_tulip
Pairing : Yunho-Junsu



.........เคยจะไปไหนไปส่ง เคยเอาใจเสียจนติดเป็นนิสัย.........
.........เคยโทรตามถามตลอด พอนานๆเข้าเธอแอบเบลอได้ไง..........

“พี่ยุนโฮเย็นนี้ไปกินข้าวข้างนอกกันนะ” เสียงหวานในแบบของโลมาดังขึ้นในเช้าวันหนึ่งขณะที่ยุนโฮกำลังแต่งตัวเตรียมจะออกไปทำงาน ส่วนเจ้าตัวคนที่ส่งเสียงอ้อนนั้นผละออกมาหลังจากที่ผูกเนคไทให้เสร็จเรียบร้อยซึ่งก็เป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่คิม จุนซูจะทำให้กับชอง ยุนโฮ คนรักของเขา

“เอ่อ..แต่เย็นนี้พี่ติดธุระแล้วครับ” ตอบออกไปอย่างยากเย็นเมื่อหันมาเห็นดวงตาใสแป๋วที่ยืนรอคำตอบ แต่ในแววตาใสแป๋วนั่นน่ะมันแฝงความหมายไว้ว่า ‘ห้ามปฏิเสธ’ ด้วยน่ะสิ

“แต่เราไม่ได้ทานข้าวเย็นด้วยกันมาตั้งนานแล้วนะ เดี๋ยวนี้พี่ก็กลับบ้านดึกด้วย วันหยุดก็ไม่หยุด แบบนี้หมายความว่าไงกัน” น้ำเสียงเง้างอดเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตามใจ

“ก็หมายความว่าพี่ทำงานนี่ครับ แล้วช่วงนี้ก็ยุ่งมากๆ ด้วย ไว้วันหลังแล้วกันนะ”

ฮึ!! ทีเมื่อก่อนล่ะก็ เปรยแค่นิดเดียวเดี๋ยวก็ได้ออกไปเที่ยวเล่น กินข้าวนอกบ้านล่ะ ทำไมเดี๋ยวนี้มันยากเย็นจริงๆ อะไรก็งานๆๆ งานจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้’

“ตามใจ เชิญพี่ทำงานให้สบายเหอะ ผมไม่สนใจพี่ยุนโฮแล้ว งอน!!” เด็กเอาแต่ใจแก้มป่อง หน้างอง้ำ เดินปึงปังไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้ แต่ก็ยังมีแก่ใจบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองกำลัง...งอน!! (ควรง้อด่วน)

“จุนซู” น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นทำให้จุนซูอมยิ้มนิดๆ เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายต้องง้อเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ลูกโป่งแห่งความหวังก็แตกดังโพละเมื่อยุนโฮเอ่ยประโยคต่อไป “พี่ไปทำงานแล้วนะครับ วันนี้คงกลับดึก จุนซูไม่ต้องรอทานข้าว ง่วงก็นอนได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอพี่นะ”

ปรี๊ดดด!!! ระดับความอดทนของโลมาสิ้นสุด เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ง้ออย่างที่หวัง แต่กลับเอ่ยประโยคเดิมๆ ที่ได้ยินบ่อยในช่วงหลังนี้ แล้วก็เดินออกจากห้องไป

ด๊าย..ไม่สนใจกันใช่ไหม งอนก็ไม่ง้อกันแล้วใช่ไหม เห็นงานสำคัญกว่าใช่ไหม ด๊าย..เดี๋ยวโลมาจะแผลงฤทธิ์ให้ดู แล้วทีนี้หมีจะไม่กลับมาสยบแทบเท้าโลมาก็ให้มันรู้กันไปสิ’

จุนซูเขวี้ยงหมอนไปทางกรอบรูปบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังอย่างแรงเป็นการระบายอารมณ์ ราวกับว่าถ้าเป็นคนก็คงอยากให้เจ็บด้วยน้ำมือเขานี่แหล่ะ แต่ว่านี่เป็นรูปถ่าย ขว้างยังไงคนตัวโตในรูปก็ยังยิ้มแย้มอยู่ดี โอ๊ย...เห็นแล้วหงุดหงิด ไอ้หมีบ้า เดี๋ยวเห็นฤทธิ์โลมาแน่’ ว่าแล้วมือบางก็หันไปคว้าโทรศัพท์มือถือตรงหัวเตียงแล้วกดเบอร์ที่คุ้นเคยลงไปเร็วๆ

“ฮยอคแจเหรอ ช่วยอะไรหน่อยสิ....” คุยกับปลายสายไม่ทันไรก็แสยะยิ้มอย่างร้ายกาจซะแล้วโลมาน้อย

.........อย่าคิดว่าไม่มีวี่แวว ฉันรักแล้วก็แล้วกัน..NO.........
.........อย่าหลงลืมให้ความสำคัญ ปล่อยให้ฉันเหงาซ้ำๆจนเกินไป.........
.
.
.
.
“ชนแก้วคุณยุนโฮ ชนแก้วหน่อยเร็ว” ยุนโฮยื่นแก้วไปชนกับอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจ แม้ในใจตอนนี้อยากจะลุกออกไปจากสถานที่แห่งนี้เต็มทีแล้วก็ตาม แต่หน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องดูแลลูกค้าคนใหม่ที่เพิ่งตกลงเซ็นสัญญาทำธุรกิจร่วมกันมาหมาดๆ ก็ทำให้ต้องทนนั่งทำหน้าระรื่นอยู่ต่อไป

ปาร์ค ยูชอน หนุ่มเจ้าสำราญคนนี้คือลูกค้าคนใหม่ของบริษัทเขา นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ สืบทอดกิจการมาจากรุ่นพ่อ ฝีมือการบริหารธุรกิจเก่งกาจเป็นที่น่าจับตามอง ใครๆ ก็รู้ว่าบริษัทของยูชอนค่อนข้างเลือกพันธมิตรที่จะมาทำงานด้วยมากแค่ไหน เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายกว่ายูชอนจะยอมตกลง บางครั้งก็ต้องตื่นแต่เช้าลากสังขารตามไปตีกอล์ฟด้วยในวันหยุด ร้อนแสนร้อน เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่เพื่องานเขาก็ต้องอดทนไปนั่งมองยูชอนหยอกล้อแหย่เล่นแคทดี้สาวๆ ในสนามกอล์ฟ(?) แต่ก็ไม่ต้องอดทนมากเท่ากับการที่ต้องมานั่งอยู่ในผับนี่ ถึงจะขึ้นมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัวแต่ยังไงยูชอนก็ยังอยู่ในวัยหนุ่มที่เลือดรักสนุกดูจะมีอยู่เต็มตัว ไม่ใช่ตาแก่พุงพลุ้ยคุยธุรกิจกันในร้านอาหารที่เปิดแต่เพลงคลาสสิคเก่าๆ สมัยคุณปู่คุณย่า แต่สำหรับปาร์ค ยูชอนจะเจรจาธุรกิจกันทีก็ต้องเลือกผับหรู คุยธุรกิจกันท่ามกลางสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อย หน้าอกตู้มๆ โอบสาวไป ดริ๊งค์เหล้าไป คุยธุรกิจกับเขาจนสำเร็จได้ก็บุญโขแล้ว

โอ๊ย...อยากกลับบ้าน สัญญาก็เซ็นแล้วนี่หว่า ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วชิ่งเลยตอนนี้มันน่าเกลียดไปไหมเนี่ย อ๊ากกกก....คิดถึงที่ร๊ากกก ก็เพราะต้องคุยเรื่องธุรกิจกับนายยูชอนอะไรนี่แหล่ะที่ทำให้เขาต้องกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ เกือบเช้าแทบทุกวัน ไม่มีเวลาเอาใจใส่จุนซูเหมือนเมื่อก่อน เมื่อเช้าก็ตัดใจออกจากบ้านทั้งๆ ที่จุนซูยังโกรธ เพราะรู้ว่าคนสวยของเขาน่ะ โกรธง่าย หายยาก ขืนให้ง้อกันตอนนั้นเขาคงไปทำงานสายแน่ๆ จุนซูจ๋ายุนโฮยอมให้โกรธแค่คืนนี้เท่านั้นแหล่ะน๊า ยังไงพรุ่งนี้เราก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องแหล่ะว่ายุนโฮทำงานจริงจริ๊ง....’

“มาเที่ยวในที่แบบนี้ทำหน้าเครียดได้ยังไงคุณยุนโฮ ต้องสนุกสิ อ่ะ สาวๆ ไปดูแลเพื่อนพี่หน่อยสิจ๊ะ”

นั่น ทำเป็นใจดีเผื่อแผ่สาวๆ ให้คนอื่นด้วย เฮ้อ!! ขอบคุณคร้าบ แต่ผมไม่ต้องการง่ะ ผมต้องการสุดที่รักของผมคนเดียว’

ยุนโฮครวญครางอยู่ในใจแต่ก็ได้แค่นั้นเมื่อหญิงสาวสองในสี่คนที่นั่งคลอเคลียอยู่กับยูชอนย้ายตัวเองมานั่งเบียดอยู่ที่โซฟาเดียวกับเขาในลักษณะแทบเกยขึ้นมานั่งอยู่บนตัวทำให้ยุนโฮนั่งตัวแข็งทื่อ

“แหม..พี่หล่อๆ แบบนี้ทำไมไม่เคยเห็นหน้าเลยล่ะค่ะ ไม่เคยมาเที่ยวที่นี่เหรอคะ”

“มะ..ไม่เคยครับ” ตอบอย่างตะกุกตะกักเนื่องจากต้องสงบสติอารมณ์ตัวเองที่กำลังจะกระเจิดกระเจิงกับการยั่วยวนของหญิงสาว

“เติมเหล้าอีกแก้วนะคะ” สาวอีกคนหยิบแก้วเหล้าของยุนโฮไปชงให้ใหม่ ยุนโฮมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สายตาต้องเจอะกับเอ่อ....อกตู้มๆ ผิวขาวๆ ที่อยู่ตรงหน้าที่พาลจะทำให้อารมณ์กระเจิงมากไปกว่านี้ แล้วก็จะได้มองหาทางหนีทีไล่ไปด้วยในตัว

“อ๊ะ...” อุทานออกมาเบาๆ เมื่อจู่ๆ รู้สึกถึงความเย็นที่มาประทับอยู่ที่แก้ม สาวสวยยื่นแก้วเหล้าที่ชงมาใหม่แกว่งอยู่ตรงหน้า

“เหล้าได้แล้วค่ะ เดี๋ยวฉันป้อนนะคะ” พูดพร้อมกับจ่อแก้วเย็นๆ ตรงริมฝีปาก ยุนโฮยกมือห้ามพร้อมกับหันหน้าหนี สาวสวยหันมาหัวเราะกับยูชอน

“ที่นี่เขามีกฎว่าห้ามขัดขืนการบริการจากทางร้านนะคุณยุนโฮ” ยูชอนเอ่ยอย่างขำๆ กับท่าทางของเขา

เฮ้ย!! พูดจริงหรือล้อเล่นกันเนี่ย มิน่าล่ะ คุณถึงได้ยอมให้สาวๆ ขนาบซ้ายขวาป้อนถึงปาก แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ผมไม่ชอบนี่คร้าบบ’

แต่ยุนโฮก็ต้องยอมให้สาวสวยถือแก้วเหล้าจรดกับริมฝีปากเขาจนได้ เสียงเฮดังขึ้นทั้งโต๊ะจากสาวๆ อีกสามคน และเสียงหัวเราะจากยูชอนที่คงหัวเราะขำที่เขาหลับตาแน่นแล้วกลั้นใจให้หญิงสาวป้อนเหล้าเขาก่อนจะหอมแก้มเป็นรางวัล ยุนโฮลืมตาขึ้นมาแล้วหันมาไปอีกทางไม่อยากให้ใครเห็นจริงๆ ว่าตอนนี้เขามีสีหน้าแบบไหนที่ถูกลวนลามแบบนี้ (?)

“โอ๊ะ...” ยุนโฮอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าฮยอคแจเลขาคนสนิทของเขาและพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของจุนซูกำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา “มาได้ไงฮยอคแจ”

วันนี้ฮยอคแจโทรมาลางานกับเขากระทันหันบอกว่าไม่สบาย เขาก็อนุญาตเพราะคิดว่าช่วงนี้ทั้งเขาและฮยอคแจต่างก็พักผ่อนกันน้อยก็เหตุมาจากยูชอนนี่แหล่ะ ช่วงกลางวันต้องทำงาน ช่วงกลางคืนต้องมาท่องราตรี ไม่ใช่สิ...คุยธุรกิจ ส่วนวันหยุดก็ต้องไปสนามกอล์ฟ เวลาพักผ่อนน้อยลงเลยทำให้เลขาของเขาต้องมาป่วยกระทันหันแบบนี้ วันนี้เขาก็เลยให้หยุดเพราะก็แค่เพียงพายูชอนมาเลี้ยงขอบคุณเท่านั้น แต่แล้วทำไมคนป่วยถึงได้มาโผล่ในสถานที่แบบนี้ได้ล่ะ

“สวัสดีครับคุณยูชอน” ฮยอคแจก้มหัวทักทายลูกค้าคนใหม่ของบริษัทก่อนจะนั่งลงข้างยุนโฮตามที่ยูชอนผายมือเป็นเชื้อเชิญ แล้วหันไปกระซิบกับยุนโฮ

“ผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับ แต่มากับ...” หันไปมองข้างหลังอย่างหวาดๆ ยุนโฮจึงมองตาม

“เฮ้ย!! จุนซู” ยุนโฮสะดุ้งเฮือกเมื่อมองเห็นแล้วว่าโต๊ะกลมที่อยู่ตรงกลางมีร่างคุ้นตาของจุนซูนั่งอยู่ ชายหนุ่มรีบขยับตัวออกจากสาวสวยทั้งสองก่อนจะขยับมาใกล้ฮยอคแจมากขึ้น “มานานหรือยัง”

“ก็มาทันได้เห็นคุณยุนโฮถูกป้อนเหล้าแหล่ะฮะ”
'ผมช่วยไม่ได้จริงๆ นะคุณยุนโฮ หลักฐานคาตาคาตักขนาดนี้’  "ผมถูกบังคับให้พามานะฮะ"  รีบบอกต่อเมื่อเห็นสายตาอำมหิต

'ซวยแล้วไอ้หมี ตายแน่เลย จุนซูทำไมทำกันแบบนี้’  ยุนโฮคร่ำครวญอยู่ในใจแต่สีหน้าและแววตาก็แสดงออกมาว่ากำลัง ‘อยากตาย’ หรืออาจจะ ‘ใกล้ตาย’

“เป็นอะไรหรือเปล่าฮะคุณยุนโฮ ไม่สบายหรือเปล่าฮะ หน้าตาดูไม่ดีเลย” ยูชอนถามขึ้นเมื่อเห็นยุนโฮกระสับกระส่าย

“ไม่เป็นไรฮะ” ยุนโฮยกเหล้าขึ้นจิบเพื่อสงบสติอารมณ์แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เมื่อสังเกตเห็นการแต่งตัวของจุนซูชัดๆ ร่างเล็กสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อผ้าซีทรูที่บางเบาแทบจะมองทะลุให้เห็นไปถึงผิวขาวๆ ได้ ปลดกระดุมอีกสามเม็ดเผยให้เห็นผิวขาวตรงช่วงอกพอให้ดูเซ็กซี่ กางเกงยีนส์พอดีตัวเน้นสะโพกให้ดูเย้ายวนยามที่เจ้าตัวนั่งไขว่ห้าง ดวงตารีมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ริมฝีปากแย้มยิ้มเล็กๆ เมื่อได้ยินเพลงโปรดที่บรรเลงอยู่พร้อมกับโยกตัวเบาๆ ตามจังหวะไปด้วย ทั้งๆ ที่นี่คือธรรมชาติของจุนซูที่เขาเห็นบ่อยๆ ยามที่มีความสุข แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงได้มองว่าจุนซูดูเซ็กซี่และยั่วยวนมากกว่าเดิมนะ เครียด!

“คุณยุนโฮไม่ไปดูหน่อยเหรอฮะ จุนซูดื่มเหล้าด้วยนะ”

'คนสวยของเขาดื่มเหล้า!! แต่วันนี้จุนซูทำให้เขาหงุดหงิด ไม่รู้หรือไงว่าเขาหึงเขาหวงที่แฟนตัวเองต้องมาตกเป็นเป้าสายตาของเสือสิงห์กระทิงแรดแถวนี้ อยากทำสงครามประสาทกับเขาดีนักเขาก็ทำสงครามประสาทกลับไปบ้าง ดูสิว่าใครจะชนะ’

“น้องขอเหล้าอีกแก้ว” และนี่คือคำตอบของยุนโฮ

แล้วงานนี้โลมาจะทำให้หมีมาสยบแทบเท้าได้สำเร็จไหมเนี่ย’  ฮยอคแจได้ส่ายหัว
.
.
.
.
.........ใครมาชนแก้วชนตอบ ใครชวนคุยฉันคุยตอบไปได้ไหม.........
.........เธอทำดีฉันดีตอบ เธอเกเรให้ดีตอบคงง่ายไป.........


ไอ้หมีบ้า หน๊อย...มาทำงาน งานไรฟ่ะ สาวอกอึ๋มๆ นั่งประกบข้าง ชงเหล้าให้ไม่ขาดปากเชียว เห็นเราแล้วทำเมิน ชิ...เดี๋ยวรู้ๆ เดี๋ยวรู้ฤทธิ์โลมา~~’  จุนซูเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเห็นว่ายุนโฮยังเฉยไม่ได้ลุกมาหาเขาแล้วเอะอะโวยวายอย่างที่คิด(หรืออย่างที่อยากให้เป็น)

“จะว่าไปที่นี่ก็ดีเหมือนกันแฮะ มีแต่พวกไฮโซ เพลงก็มันส์ สนุกดีเหมือนกันเนอะ” จิบเครื่องดื่มในมือแล้วโยกตัวตามเพลงไปอย่างสบายอารมณ์ แต่ก็เริ่มมึนนิดๆ อยู่เหมือนกันนะเนี่ย ไม่ได้ๆ เดี๋ยวแพ้ไอ้หมีบ้า’


.........ไม่อยากให้เธอไว้ใจ.........
.........ไม่อยากให้เธอคิดว่าฉันรักแล้วจะทน.........
.........ถ้าหากว่ามีใครมาดูแลให้ใจสับสน.........
.........แอบเผลอในใจกับเขา จะโทษใคร.........



ยิ่งดึกเพลงยิ่งมันส์ คนก็ยิ่งสนุกยูชอนที่ออกไปเต้นรำกับสาวๆ จนเหนื่อยเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะ “ไม่ไปเต้นรำหน่อยล่ะคุณยุนโฮ มาที่แบบนี้แล้วนั่งเฉยๆ จะสนุกได้ไง” ยุนโฮส่ายหัวแล้วยิ้มให้ก่อนที่ทุกคนจะหันไปสนใจกับบางสิ่งบนเวที

“เฮ้ย!!”

“พรวด!!”

ฮยอคแจและยุนโฮพ่นเหล้าออกจากปากแทบพร้อมกัน อึ้งตะลึงตาค้างเมื่อเห็นว่าบนเวทีมีจุนซูขึ้นไปยืนเต้นยักย้ายส่ายสะโพก ทำท่ายั่วยวนอยู่บนนั้น โดยมีพวกผู้ชายข้างล่างส่งเสียงเชียร์กันทั้งผับ

โอ้ว.....ผู้ชายหรือนี่ น่าร๊ากกก เซ็กซี่สุดๆ ยิ่งกว่าสาวสี่คนนี้รวมกันซะอีก’


ยุนโฮที่เห็นยูชอนตะลึงอ้าปากค้างกับคนรักของเขาที่ยืนเต้นอยู่บนเวทีก็ทนไม่ไหวรีบหันไปบอกฮยอคแจ

“ฝากด้วยนะฮยอคแจ” กว่าฮยอคแจจะรู้ตัวว่ายุนโฮฝากอะไรเขาก็เห็นเพื่อนเขาถูกยุนโฮฉุดลากลงมาจากเวทีแล้วพากันวิ่งออกไปซะแล้ว
.
.
.
.
ทั้งรถเงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังอยู่ภายนอก และเสียงหายใจของบุคคลสองคนภายในรถเท่านั้น ยุนโฮมองคนตัวเล็กที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ถูกเขาลากมาขึ้นรถ ตาปรือๆ ไม่รู้ว่าง่วงหรือเมากันแน่ ใบหน้าบึ้งตึงปากอิ่มแดงนั้นยื่นน้อยๆ อย่างไม่สบอารมณ์

“พี่ยุนโฮง่ะ พาผมกลับมาทำไม ผมยังสนุกอยู่เลย” เสียงเง้างอดดังขึ้นเป็นครั้งแรก ยุนโฮส่ายหัวกับเด็กดื้อตาจะปิดแล้วยังทำเก่งอีกนะ

“ใครอนุญาตให้ไปทำแบบนั้นฮะจุนซู พี่จำได้ว่าไม่เคยยอมให้เราไปเที่ยวในที่แบบนั้นนะ”

“ทำไมผมจะไปเที่ยวบ้างไม่ได้ ทีพี่ยุนโฮยังไปได้เลย”

“พี่ไปทำงานครับ บอกตั้งหลายครั้งแล้วนี่นา”

“ทำงานอะไร ไม่ต้องเอางานมาอ้างเลย เราไม่เชื่อหรอก สาวๆ อกอึ๋มๆ นั่งขนาบซ้ายขวา ป้อนเหล้าแทบถึงปาก เชอะ!! ห้ามไม่ให้เราไปเที่ยวในที่แบบนั้น แต่ตัวเองไปได้ คงแอบไปบ่อยแล้วล่ะสิ ตัวเองไปได้ แล้วจะมาห้ามเราทำไม” จุนซูปาดน้ำตาแล้ววิ่งลงไปทันทีที่รถจอดสนิทหน้าบ้าน

“ฮือๆๆ คนใจร้าย ทำไมต้องดุเค้าด้วยล่ะ ไม่รักกันแล้วใช่มั๊ย เขาทำอะไรก็ผิดใช่ไหม” ยุนโฮเปิดประตูห้องนอนเข้ามาเห็นจุนซูกำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียงอย่างน่าสงสาร ปากก็พร่ำว่าเขาไม่หยุด เขาเดินมาหยุดตรงข้างเตียงแล้วสะกิดเบาๆ

“จุนซูครับ”

“ไม่ต้องมายุ่ง ไม่รักกันแล้วก็ไม่ต้องมายุ่ง” พลิกตัวหนีไปจนสุดขอบเตียง ยุนโฮนั่งลงข้างเตียงเอามือคร่อมร่างบางไว้แล้วจับให้พลิกกลับมามองหน้าชัดๆ จุนซูร้องไห้จนตาเริ่มบวม หน้าที่แดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งแดงขึ้นมากกว่าเดิม ยุนโฮใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาที่แก้มใสให้อย่างเบามือ

“ใครบอกล่ะว่าพี่ไม่รักจุนซูน่ะครับ แต่พี่แค่ไม่พอใจที่จุนซูไปที่นั่นแล้วทำแบบนั้น”

“ผมก็แค่....อยากให้....ฮึก...พี่ยุนโฮ...ฮึก...สนใจกันบ้าง...ผมก็แค่....ฮึก...เหงา...ฮึก อยากอยู่ใกล้ๆ พี่” ร่างเล็กพูดไปสะอึกสะอื้นไปอย่างน่าสงสาร “พี่ไม่รู้หรอก...ฮึก...ว่าเวลาที่พี่กลับบ้านดึกๆ ผมน่ะ...ฮึก..เหงาแค่ไหน..ที่ไม่ได้กอดพี่เหมือนทุกคืน”

นี่เขาปล่อยให้งานของเขามาเบียดเบียนเวลาส่วนตัวจนทำให้คนรักของเขาต้องคิดมากขนาดนี้เลยเชียวเหรอ ทั้งๆ ที่คิดว่าเมื่องานเสร็จแล้วค่อยอธิบายให้ฟังก็ได้ แต่มันก็เกือบจะสายไปขนาดนี้เชียวหรือ’  ยุนโฮช้อนตัวจุนซูขึ้นมากอดไว้แล้วลูบศีรษะกลมนั้นอย่างปลอบโยน

“จุนซูครับ ฟังพี่นะ” เสียงอบอุ่นอ่อนโยนแบบเดิมกลับมาทำให้จุนซูที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นสงบลงได้ตั้งใจฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด

“พี่ขอโทษที่ไม่เคยบอกเคยกล่าวเรื่องงานที่พี่ทำอยู่ ขอโทษที่ทำเหมือนไม่สนใจ ขอโทษที่ปล่อยปละละเลยให้จุนซูต้องเหงา เพียงแค่พี่คิดว่าไม่อยากให้จุนซูต้องมาเครียดกับงานของพี่ จริงๆ พี่ก็รู้แล้วล่ะว่าจุนซูไม่พอใจพี่ แต่พี่ก็ยังไม่รีบพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ยังใจเย็นรอให้งานเสร็จโดยสมบูรณ์เพื่อที่จะได้กลับมาเล่าให้จุนซูฟังอย่างภูมิใจ พี่อยากเห็นรอยยิ้ม อยากได้ยินคำชื่นชมจากจุนซูมากกว่าเสียงตัดพ้อกับน้ำตาแบบนี้นะ” จุนซูสะอื้นหนักในอ้อมกอดของคนตัวโต

“ผมขอโทษฮะพี่ยุนโฮ ที่ผมทำตัวให้พี่ไม่พอใจ ผมแค่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นในตอนนี้ แต่ถ้าผมรู้แบบนี้มาก่อนผมคงไม่ทำแบบนี้ ผมขอโทษนะฮะ พี่อย่าโกรธผมนะ ฮึกๆ”

ยุนโฮโยกตัวคนในอ้อมกอดไปมาเหมือนปลอบเด็ก “พี่ไม่โกรธจุนซูก็ได้ที่เข้าใจพี่ผิด แต่ว่า...” หยุดพูดไปเฉยๆ เปลี่ยนเป็นยิ้มนิดๆ ที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แทน

“แต่..แต่อะไรฮะ” จุนซูเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างใสซื่อ

“แต่พี่ต้องทำโทษที่เราไปเที่ยวผับแล้วก็เต้นยั่วคนอื่นต่อหน้าต่อตาพี่แบบนั้นนะ” พูดจบก็ก้มลงจูบซับน้ำตาที่ใบหน้านวล..


...The End...

 

อ๊ะ!! แถมอีกนิดก็ได้....

“จุนซูมีเสื้อแบบนี้ด้วยเหรอพี่ไม่เคยเห็นเราใส่” ยุนโฮถามขณะที่ใบหน้าซุกไซร้สูดความหอมจากคนตัวเล็ก

“อื้อ...เพิ่งไปซื้อกับฮยอคแจเมื่อกลางวัน”

“ใส่แบบนี้พี่ว่าอย่าใส่เลยดีกว่าจุนซู พี่ถอดให้นะ” เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู

“อืม..ก็ดีฮะ ร้อนอยู่พอดี”

มีใครแอบเห็นแววตาสะใจกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของจุนซูบ้างไหมคะ?

คุณว่าศึกระหว่างหมีกับโลมายกนี้ใครชนะคะ? (ก็ในเมื่อหมียอมกลับมาสยบแทบเท้าแล้วซะขนาดนั้น อิอิ..)


…Real End...


 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เข้าใจเอาเพลงมาผูกกับเนื้อเรื่องดีนะ big smile

แต่ประโยคที่เน้นคำ แล้วเป็นตัวเอียงอ่ะ

อ่านยากมากเลย

เพ่งแล้วเพ่งอีก

เอาเป็นตัวเข้ม แต่ไม่ยึกยือได้ไหมอ่ะ


แหะ แหะ confused smile
#1  by  ๛‘‘๏ SiSSY ๏’’๛ At 2007-11-07 16:54, 

<< Home