มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้อ่าน และอาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง
แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้นจากจินตนาการและความคิด
ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลใดๆ ใน Fiction
และมิได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลใดๆนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด
ขอให้ใช้วิจารณญาณก่อนอ่านและถ้าคุณไม่พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับหรือรับไม่ได้กับฟิคแนวนี้ขอให้ปิดหน้านี้ไปเสียนะคะ
Author: GugGig
Couple: Yunho & Junsu
Genre : POV (point of view)
Status: Short Fiction ( What Is Love Project )
Theme Song : Rest Of My Life ( Fly To The Sky )
ฮ้าววว~~~~
อากาศน่านอนชะมัดเลย แถมว่างด้วย ไม่มีเหยื่อเดินผ่านมาให้ดักเจอสักคนเลยวุ้ยวันนี้ มือขาวๆเกาพุงน้อยๆของตัวเองไปมาอย่างเมามันส์ ก่อนจะลุกบิดขี้เกียจแรงๆคลายความเมื่อย สายตาเหลือบไปมองนาฬิกาข้างกำแพงเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ว่างจังน้อวันนี้ รู้งี้ไปป่วนเจ้าทงเฮที่ร้านก็ดี
โครกคราก~~~
หง่า....หิวแล้วอ่า ไปหาอะไรกินฟรีที่ร้านดีกว่า ก่อนจะลงมือเก็บของล็อคประตูเคาเตอร์ด้านหน้าเสร็จสรรพ แต่พอเดินออกมาถึงประตูทางออกสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตาเดินตรงมา จึงผลุบกลับเข้าไปที่เคาเตอร์ เปิดลิ้นชักหยิบบางอย่างที่อุตสาห์นั่งรออยู่แทบทั้งวัน
“ ยุนโฮๆ “ ส่งเสียงทักออกไปเมื่อเห็นว่า เหยื่อ กำลังจะเดินเข้าห้อง
“ สวัสดียุนโฮ กลับมาแล้วรึ กลับเร็วจังวันนี้ “ เอ่ยทักอย่างร่าเริงก่อนจะพาร่างโปร่งของตัวเองมาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีเข้มซอยสั้น ใบหน้าเรียว จมูกโด่งรับกับคิ้วเข้มดวงตาเรียวสีเข้ม
“ แถมแต่งตัวหล่อด้วยแฮะวันนี้ “ พูดพลางสำรวจคนตรงหน้า ที่ใส่สูทผูกไทซึ่งน้อยครั้งนักที่จะได้เห็น เพราะส่วนใหญ่แล้วงานของยุนโฮนั้นจะใส่แต่เสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง
“ พอดีวันนี้มีประชุมกับลูกค้าน่ะครับ แถมไม่ต้องออกไซด์งานด้วยเลยต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อย “ ยุนโฮตอบพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ เหรอ งานใหม่ซิท่า “ พยักหน้ารับรู้
“ ว่าแต่พี่ยูชอนเรียกผมไว้มีอะไรหรือเปล่าครับ? “
“ หือ? “
“ นี่นายไม่คิดว่าพี่จะทักด้วยความคิดถึงมั่งหรือไง “ ยูชอนขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจ
“ รู้ๆกันอยู่นี่ครับว่าวันนี้เป็นวันอะไร “ ยูชอนทำตาปริบๆ เอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มหวานเอาใจพร้อมยื่นซองสีขาวคุ้นตาให้คนตรงหน้าที่ถามอย่างรู้ทัน
“ ของเดือนนี้หรือครับ? “ ถามทั้งๆที่รู้
“ ของเดือนหน้ามั้งยุนโฮ ถามพิลึกนะนาย ฝากให้รูมเมทนายด้วยละกันนะ ไม่รู้ว่ากลับมาแล้วหรือยัง “ จบประโยคพร้อมฝ่ามือขาวตบปุๆลงบนไหล่กว้างของคนตัวสูงที่ส่ายหัวนิดๆกับเจ้าของอพาทเมนต์ที่กวนนิดๆ แต่บริการผู้อยู่อาศัยอย่างดี
-
-
-
นี่แหล่ะครับ หนึ่งในผู้อาศัยในอพาทเมนต์เล็กๆของผม หน้าตาดีมั้ยละครับ แต่ยังไงผมก็หน้าตาดีกว่า โฮะๆ หมอนี่ก็อยู่มานานพอสมควร ตั้งแต่ผมเปิดให้เช่าเลยก็ว่าได้ เลยสนิทกัน แต่หมอนี่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงสักเท่าไหร่หรอกครับ พูดน้อยแถมแสดงความรู้สึกไม่เก่งอีกต่างหาก แต่ว่าช่วงนี้ผมเห็นว่าหมอนี่เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่ได้เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ เด็กหนุ่มตัวเล็กที่เห็นครั้งแรกแล้วยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นน้องชายฝาแฝดกับเจ้าจุงโฮเพื่อนร่วมห้องคนเก่าของยุนโฮ
ไอ้ที่ว่ามีชีวิตชีวานี่ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอกนะครับ แต่ออกแนวจะไม่ถูกกันซะมากกว่า ผมก็เพิ่งรู้ว่าคนพูดน้อยอย่างยุนโฮก็พูดจาได้เชือดเฉือนใจคนได้มากกว่าที่คิด แถมคนหน้าตาน่ารักท่าทางร่าเริงนั่นก็วีนแหลกใช่ย่อย ผมละหวั่นใจยังไงไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุนองเลือดในอพาทเมนต์แสนหวงของผม
หือ?... กลิ่นอะไรหว่า? เหมือนอะไรเหม็นไหม้เลยแฮะ
เดินทำจมูกฟุดฟิดหาต้นตอของกลิ่นจนมาหยุดที่หน้าห้องของยุนโฮ
“ เฮ้ย ไฟไหม้ “ เสียงเอะอะที่ดังมาจากในห้องกระทบเยื่อแก้วหูของ ปาร์ค ยูชอนปุ้บ ร่างโปร่งจึงวิ่งไปคว้าถังดับเพลิงที่อยู่ไม่ใกล้แทบจะทันที
กรูว่าแล้วไง คราวนี้ต้องเสียค่าซ่อมอีกเท่าไหร่ละนี่ (= =”)
-
-
-
ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมากระทบจมูกทันทีที่เปิดประตูห้อง สายตาเรียวเหลือบไปเห็นรองเท้าผ้าใบสีฟ้าที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบบ่งบอกว่าอีกคนกลับมาแล้ว ยุนโฮถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นควันบางอย่างลอยเต็มห้อง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเดินมาถึงห้องครัวที่มีแต่ควันเต็มไปหมด เพราะกาน้ำร้อนที่วางอยู่บนเตานั้นไฟไหม้จนส่งกลิ่นเหม็นและควัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นเมื่อมีร่างเล็กนั่งฟุบหลับอยู่ที่โต้ะนิ่งคล้ายไม่รับรู้หรือดมควันมากจนสลบไป
“ เฮ้ จุนซู ตื่น!!! “ มือหนาเขย่าร่างคนตรงโต้ะแรงๆก่อนจะเดินตัดตัวห้องไปคว้าถังดับเพลิง คนเพิ่งตื่นงัวเงียขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นว่ารอบตัวนั้นมีแต่ควันแถมไฟลุกท่วมเตาแก๊ส
“ โอ๊ย !!! “ จุนซูร้องเสียงหลงเมื่อสเก็ตน้ำนั้นกระเด็นมาโดนแขนซ้ายอย่างจัง
ซ่าๆๆ!!!!!
ยูชอนที่วิ่งเข้าห้องมาอย่างรวดเร็วฉีดน้ำดับอย่างเร่งรีบก่อนที่ไฟจะลามไปมากกว่านี้ ผิดกับยุนโฮที่วิ่งไปคว้าคนตัวเล็กที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นกุมแขนตัวเองนิ่ง ก่อนจะลากไปเข้าห้องน้ำ
“ โอ้ย !! มันแสบนะยุนโฮ “ จุนซูร้องโวยวายที่จู่ๆคนตัวโตนั้นลากเค้าเข้ามาในห้องน้ำแถมเปิดน้ำเย็นใส่เค้าอีก
“ อยู่เฉยๆได้มั้ยเล่า “ ยุนโฮนั้นไม่สนใจเสียงโวยวายยังคงตั้งหน้าตั้งตาเปิดน้ำใส่แขนคนตัวเล็กที่แดงจนน่ากลัวไม่เลิก จุนซูจึงยอมนิ่งเงียบเมื่อเห็นว่าสิ่งที่คนตรงหน้าทำนั้นบรรเทาอาการเจ็บแสบที่แขนได้บ้าง
“ ขอบคุณ “ เอ่ยเสียงเบาเมื่ออีกฝ่ายนั้นปิดน้ำแถมเดินไปหยิบผ้ามาห่อแขนตนแถมเอาผ้ามาเช็ดหัวให้ด้วย ยุนโฮชะงักมือไปนิดเมื่อได้ยิน เงยหน้ามามองคนตรงหน้าที่ก้มหน้านิ่ง จึงถอนหายใจออกมาหนักๆ
“ ไม่เป็นไร ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวชั้นพาไปหาหมอ “ พูดจบก็ลุกหนีเดินออกมาตรงห้องครัวที่เละไปด้วยน้ำ ดีนะที่ไหม้แค่ช่วงเตาแก๊สยังไม่ลามไปเยอะ
“ ขอบคุณครับพี่ยูชอน “ เจ้าของชื่อหันมาทำหน้าตาเนือยๆใส่
“ ไม่เป็นไร หน้าที่พี่อยู่แล้ว ว่าแต่ทำอีท่าไหนละถึงเป็นแบบนี้ “ ประโยคหลังหันมามองอีกคนที่เดินตามมา
“ ผม...แค่จะต้มน้ำชงชา แต่ตอนรอน้ำเดือดผมคงเผลอหลับไป แล้ว...ก็อย่างที่เห็นอ่ะครับ “ เล่าเสียงอ่อยยืนหน้าซีดตัวสั่นเพราะตัวเปียก
“ สงสัยต้องรบกวนพี่ยูชอนอีกแล้วละมั้งครับ “
“ งั้นซองนั้นเอาคืนพี่มาก่อนละกัน เดี๋ยวพี่จะให้อีกครั้งพร้อมค่าซ่อมแซม “ พูดจบพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรเรียกช่างที่คุ้นเคยมาจัดการ จุนซูหันมาสบตายุนโฮพร้อมกับยิ้มแห้งๆให้ ยุนโฮจึงทำได้แค่ส่ายหัวอย่างปลงๆกับความซุ่มซ่ามของอีกคน
นี่ดีขนาดไหนที่เค้ามาเจอเข้าพอดี ไม่อยากจะคิดจริงๆว่าถ้ามาช้ากว่านี้ เค้าอาจจะไม่มีที่ซุกหัวนอนก็ได้
-
-
-
“ ว่าไงว่ะจุนซู มาสายจังวันนี้ หือ? แขนนายไปโดนอะไรมาน่ะ “ ฮยอคแจชายหนุ่มท่าทางขี้เล่นเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองมาทำงานสายกว่าทุกครั้ง แถมแขนที่พ้นแขนเสื้อยืดนั้นมีผ้าก็อตพันไว้ จุนซูวางของทุกอย่างลงบนโต๊ะทิ้งตัวลงอย่างเหนื่อยๆ
“ อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ ไม่กี่วันก็หาย “ พูดพลางเอามืออีกข้างนั้นแตะแผลเบาๆ
“ ซุ่มซ่ามตามเคยละซิท่า “ พูดล้อขำๆ
“ พูดมากน่าไอ้ไก่ งานการไม่มีทำหรือไง ไปให้พ้นๆหน้าเลย “ คนโดนแขวะชักสีหน้าใส่แถมเอ่ยปากไล่เพื่อนหน้าทะเล้นที่แลบลิ้นส่ายก้นให้ก่อนจะผลุบหายไปเมื่อที่ทับกระดาษโดนเขวี้ยงใส่อย่างจงใจ
ไอ้เพื่อนบ้า ตอกย้ำเก่งนักนะ
-
-
-
เสียงริงโทนคุ้นหูดังเรียกสติเจ้าของที่นั่งหน้าเครียดอยู่โต๊ะเขียนแบบ ก่อนจะควานหามือถือเครื่องจิ๋วขึ้นมาดูเบอร์ที่แสดงบนหน้าจอ แล้วต้องแปลกใจเมื่อเบอร์ที่ขึ้นนั้นเป็นบุคคลที่ไม่น่าจะโทรหา ลังเลสักพักก่อนจะตัดสินใจกดรับ
“ ฮัลโหล “
“ จุนซูเหรอ นี่ยุนโฮนะ กลับถึงห้องหรือยัง? “ ยิงคำถามทันทีเมื่อคนปลายสายรับ
“ ยังไม่เลิกงานเลย คงอีกสักพัก มีอะไรหรือเปล่า? “ ถามกลับอย่างแปลกใจ
“ เหรอ ถึงแล้วโทรบอกด้วยนะ ชั้นจะได้โทรให้พี่แจจุงหรือทงเฮไปอยู่เป็นเพื่อน “
“ อยู่เป็นเพื่อน? นายอย่าเวอร์นักได้มั้ย ชั้นแค่เจ็บแขนนะไม่ได้พิการ “
“ เปล่า ชั้นจะให้ไปเฝ้านาย เผื่อว่านายนึกอยากเผาห้องตัวเองขึ้นมาอีก ปล่อยให้อยู่ห้องคนเดียวทีไร ห้องพังทุกที “
“ ไอ้บ้า !! ใครเค้าจะทำกันเล่า แค่นี้ใช่มั้ย ถ้าจะโทรมาเพื่อกวนประสาทก็อย่าโทรมาอีกนะ ไอ้หมีบ้า !! “ ตะคอกเสียงใส่ก่อนจะวางสายอย่างหงุดหงิด นิ้วเรียวดึงแว่นกรอบสวยออกวางลงอย่างโมโห ไม่น่าหลงคิดว่าหมอนั่นจะหวังดีกับเราจริงๆเลย ถึงเมื่อวานตอนเกิดเรื่องจะพาตัวเค้าไปหาหมอ จัดแจงให้เค้ากินข้าวกินยาเสร็จสรรพแถมที่น่าแปลกใจเพราะเมื่อเช้ายุนโฮรอออกมาทำงานพร้อมกันทั้งที่ปกติแล้วยุนโฮจะออกไปทำงานก่อนเสมอ เพราะที่ทำงานนั้นไกลกว่า
ที่ทำไปเพื่อเฝ้าจับผิดเค้ามากกว่าจะเป็นห่วงจริงๆละซิ
ฮึ้ย! แต่ที่น่าโมโหก็คือตัวเองที่เผลอดีใจไปกับความเอาใจใส่ของยุนโฮ
-
-
-
“ ยืนยิ้มอะไรของนายคนเดียวว่ะยุนโฮ “ คังอินเอ่ยทักเมื่อเดินเข้ามาเจอเพื่อนตัวเองยืนพิงกระจกหน้าต่างแถมอมยิ้มอยู่คนเดียวซึ่งน้อยครั้งที่จะได้เห็น ยุนโฮหันมามองเพื่อนตัวเองนิดนึงก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเอง
“ ชั้นยิ้มนี่ผิดกฎหมายข้อไหนของเกาหลีว่ะ “
“ ไม่ผิดหรอก แต่เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่หมีขี้โมโหอย่างนายจะยิ้มเป็น “
“ เออๆ ว่าแต่มีอะไรว่ะถึงถ่อสังขารมาหาชั้นได้ “
“ ก็ว่าจะชวนไปกรึ้บซะหน่อย “
“ วันนี้เหรอ ... ชั้นขอผ่านว่ะ มีธุระ “
“ ธุระไรว่ะ “ ถามอย่างขัดใจเมื่อเพื่อนปฎิเสธ
“ เลี้ยงเด็ก “ พูดจบพร้อมยิ้มชอบใจก่อนจะหยิบแว่นมาสวมก้มไปสนใจโครงงานตรงหน้า ทิ้งให้เพื่อนทำหน้างงเกาหัวแกรกๆอย่างแปลกใจ ไอ้ครั้นจะหน้าด้านถามต่อก็กระไร
เลี้ยงเด็กอะไรว่ะ ถึงทำท่ากระดี๋กระด๋าจนน่าสงสัยขนาดนี้
-
-
-
“ กลับมาแล้วเหรอที่รัก จะอาบน้ำก่อน หรือจะกินเค้าก่อนดี “ ยุนโฮผงะถอยหลังไปยืนแนบบานประตูห้องเมื่อเปิดประตูมาเจอเจ้าของอพาทเมนต์ใส่ผ้ากันเปื้อนสีหวานมีลูกไม้ระบายฟูฟ่องมันช่างไม่เข้ากับผมซอยสั้นเหมือนคนตัดสกินเฮด ไหนจะเสียงทุ้มต่ำเหมือนเบสที่เจ้าตัวพยายามบีบให้เล็กน่ารัก แถมยืนยิ้มหวานทำท่าสะดีดสะดิ้ง
บรึย~~~ เห็นแล้วขนลุก เข้าห้องผิดหรือเปล่าว่ะ ? (O[]O)
“ ไม่ต้องทำหน้ารังเกียจกันขนาดนั้นก็ได้ยุนโฮ เพราะชั้นก็ไม่ได้คิดพิศวาสอะไรนายเหมือนกันโว้ย “ ยูชอนพูดอย่างเคืองๆเมื่อเห็นใบหน้ายุนโฮที่ทำหน้าพะอืดพะอม มองรอบห้องไปมาคล้ายคนเข้าห้องผิด
“ ฮ่าๆ บอกแล้วไงฮะพี่ยูชอนว่าหมอนั่นต้องตกใจ ฮ่าๆๆ “ จุนซูหัวเราะชอบใจเมื่อเดินมาทันเห็นใบหน้าของยุนโฮ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟามียูชอนเดินตามไปติดๆ
“ พี่ว่ามันเหมาะกับพี่ดีออก “ ก้มลงสำรวจตัวเอง
ไม่เลยพี่ยูชอน ไม่เหมาะเลยสักนิดเดียว (=_=)ยุนโฮได้แต่คิดในใจแต่ไม่พูดออกมา
“ นายสระผมเหรอจุนซู “ ยุนโฮเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าผมสีอ่อนของคนตัวเล็กนั้นเปียก
“ หือ?... อืม สระผมแน่ะ เหนอะหนะเหลือเกิน “ จุนซูยกมือขยี้ผมตัวเองไปมา เพราะตั้งแต่เป็นแผลที่แขน ตัวเค้าอาบน้ำทุลักทุเล แถมยังสระผมไม่ถนัดเลยงดสระมาเกือบสามวัน
“ สระเองหรือไง ? น้ำไม่เข้าแผลหรือ? “ ยังคงถามต่อเมื่อรู้ว่าหมอสั่งห้ามว่าไม่ให้แผลโดนน้ำ
“ พี่สระให้เองน่ะ แถมเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องห่วง “ ยูชอนตอบคำถามแทนพร้อมแกะผ้ากันเปื้อนวางพาดโซฟา
“ ใช่ พี่ยูชอนสระให้ “ จุนซูเสริมอีกแรงโดยลืมที่จะขยายความว่าสระให้ด้วยวิธี่ไหน เพราะจุนซูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วพอดีกับที่ยูชอนมาเคาะประตู เลยลากให้มาสระผมให้ทั้งชุดนั้น
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจกับคำตอบที่ได้รับ เหลือบตาไปมองคนตัวเล็กที่นั่งหัวเราะชอบใจกับรายการทีวี ก่อนจะหันมาสบตายูชอนที่ยืนทำหน้างงๆเมื่อเห็นใบหน้าไม่พอใจของยุนโฮ
หง่า ... นี่กรูพูดอะไรผิดไปหว่า? (T_T)
ติ้งต่อง ~~~
“ โอ้ะ มีคนมา เดี๋ยวพี่ไปเปิดให้นะ “ ยูชอนพูดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งเผ่นไปหน้าประตู ระฆังสวรรค์มาช่วยชีวิตกรูแล้ว เมื่อเปิดประตูก็เจอแจจุงยืนถือกล่องอาหาร ส่งยิ้มหวานมาให้
“ อ้าว แจจุงนี่เองเข้ามาก่อนซิ “ เชิญชวนราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของห้อง
“ จุนซูอยู่หรือเปล่าครับ อ้าว สวัสดียุนโฮ สวัสดีจุนซู พี่แบ่งอาหารมาให้น่ะ ไม่รู้จะถูกปากหรือเปล่า? “ แจจุงเอ่ยทักพร้อมก้มหัวให้นิดๆเมื่อเดินเข้ามาในตัวห้องแล้วเจอเจ้าของห้องตัวจริง
“ ขอบคุณครับ ต้องรบกวนพี่แจจุงทุกทีเลย “ ยุนโฮเดินไปรับกล่องอาหารมาถือพร้อมโค้งให้
“ ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย ทำไมวันนี้กลับเร็วจังเลยละยุนโฮ “
“ เสร็จงานไวน่ะครับ พี่แจจุงจะอยู่ทานกับพวกผมเลยมั้ยครับ? “ ยุนโฮถามไถ่โดยไม่สนใจยูชอนที่ยกมือ พยักหน้าตอบรับ
“ ไม่ล่ะ นัดกับชางมินไว้ แผลดีขึ้นมั้ยจุนซู? “ ยิ้มอ่อนๆให้ก่อนจะเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้างคนตัวเล็ก มือขาวนวลเอื้อมมาจับแขนที่มีผ้าพันแผลไปดู เอ่ยถามน้ำเสียงห่วงใย
“ ดีขึ้นแล้วครับ ขอบคุณนะครับ “ ยิ้มให้อ่อนๆก่อนจะชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ
“ งั้นพี่ขอตัวก่อนแล้วกันนะ “ แจจุงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลานัด
“ เดี๋ยวผมไปส่ง “ ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมเดินไปส่งที่หน้าประตูห้อง จุนซูมองตามร่างทั้งสองไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ เชอะ เทคแคร์ออกนอกหน้านอกตา พูดจาเพราะพริ้ง ผมยังงั้น ผมอย่างงี้ ฮึ ทีกับเรานี่ไม่เห็นจะมีมั่งเลย
ใช่ซิ เรามันก็แค่เด็กกะโปโล ไม่เรียบร้อย อ่อนหวานเหมือนพี่แจจุงแสนดีคนนี้นี่
“ แล้วพี่ไม่คิดจะกลับห้องตัวเองมั่งหรือไง “ หันมาแหวใส่คนข้างตัวระบายอารมณ์ ยูชอนเหวอไปนิดที่จู่ๆจุนซูหันมาแว้ดใส่ เกาหัวตัวเองเบาๆด้วยความงง ไอ้สองคนนี้นับวันยิ่งพิลึกเข้าไปทุกวัน ผีเข้าผีออกชะมัด
“ กลับก็ได้ พี่ไปแล้วนะ “ จุนซูยกมือไล่ก่อนจะลุกเดินเข้าห้องตัวเองไป ยูชอนมองตามอย่างน้อยใจ ใช่ซิ เรามันหมดประโยชน์แล้วนี่ (T^T)
“ ขอบคุณนะครับ “ ยุนโฮบอกลาก่อนจะปิดประตูห้อง ล็อคกลอนเรียบร้อย เดินมาหยุดยืนหน้าห้องคนตัวเล็ก ก่อนจะยกมือเคาะเรียกคนด้านใน
“ จุนซู ออกมากินข้าวกับกินยาก่อนซิ “
“ รู้แล้วล่ะน่า ชั้นไม่ใช่เด็กสองขวบนะ “ เปิดประตูออกมาแว้ดใส่คนตัวโต หน้าบึ้งตึงเดินกระแทกส้นไปนั่งกินข้าวอย่างหงุดหงิด ยุนโฮส่ายหน้าอย่างระอากับอาการที่เห็น ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบโน่นจับนี่ให้อย่างคล่องแคล่ว โดยมีสายตาจุนซูมองตามไม่วางตา
เพราะเค้าเป็นน้องชายเพื่อนสนิทคนตัวโตตรงหน้าเท่านั้นล่ะ อย่าคิดเป็นอย่างอื่นเชียว
-
-
-
“ นี่จุนซู วันนี้ว่างมั้ย “ คนตัวเล็กเงยหน้าจากงานตรงหน้ามามองเพื่อนตัวเองที่นั่งเท้าคาง ทำตาแป๋วมาให้ มือเล็กถอดแว่นตากรอบสวยออกก่อนจะตอบคำถาม
“ ว่าง... “ ฉีกยิ้มหวานให้จนอีกคนยิ้มกว้าง
“ แต่ไม่ใช่สำหรับนาย ฮยอคแจ “ พูดจบพร้อมกับดันหน้าอีกคนแรงๆ ก่อนจะบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าหลังจากนั่งร่างผังงานแทบจะทั้งวัน
“ นี่นายโกรธชั้นเรื่องอะไรอ่ะ หรือว่ายังเคืองเรื่องนั้นอยู่ เรื่องมันก็ตั้งนานแล้วนะ “
“ จะให้ชั้นบอกมั้ยว่า ไม่มีวันหายโว้ย “
“ แต่ช่วงนี้นายก็เริ่มจะญาติดีกับรูมเมทของนายแล้วนี่ เห็นช่วงนี้ไม่ค่อยมาบ่นให้ฟังอย่างทุกที “ อีกคนหันขวับแทบจะทันที
“ แล้วไม่ใช่เพราะนายหรือไงเล่า ชั้นถึงต้องไปอยู่ห้องนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะนายเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน ไล่เพื่อนแสนดีอย่างชั้นออกจากห้องเพียงเพราะซองมินจะมาอยู่ด้วย แถม... “
“ พอๆ อย่าตอกย้ำให้ชั้นรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ แค่นี้ชั้นก็รู้สึกผิดจนวันตายแล้ว “ ฮยอคแจยกมือขึ้นห้ามก่อนที่อีกฝ่ายจะพรั่งพรูคำพูดที่ตอกย้ำความผิดของเค้า
“ ดี เพราะชั้นก็จะตอกย้ำเรื่องนี้ไปจนกว่านายจะตาย ลี ฮยอคแจ “
“ เอาเถอะ ถึงนายจะเคืองชั้น ก็อย่าไปพูดแบบนี้ให้ซองมินเค้าได้ยินก็แล้วกัน “
“ ชั้นทำไมเหรอ ฮยอคแจ “ เสียงใสๆถามขึ้นเมื่อเดินมาแล้วได้ยินคนรักตัวเองพูดชื่อตน
“ เอ่อ เปล่าจ้ะ ว่าแต่มาตามเค้าถึงนี่มีอะไรหรือเปล่า “ เด้งตัวลุกขึ้นแทบจะทันที เสียงอ่อนเสียงหวานจนจุนซูเบะปากทำหน้าปุเลี่ยน
“ ว่าจะมาชวนไปกินข้าวเที่ยงน่ะ จุนซูไปด้วยกันนะ “ หันมาถามอีกคนที่ปรับสีหน้าแทบไม่ทัน
“ ไม่ละ ตะกี้แว้บไปหาอะไรกินมาแล้ว ตามสบายละกัน “ ยิ้มแหยๆให้แถมโกหกหน้าตายทั้งที่นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งวันแทบจะไม่ได้ลุกไปไหนเลยนอกจากห้องน้ำ
“ แต่... “ ฮยอคแจเอ่ยปากจะค้านเมื่อรู้ว่าเพื่อนโกหก แต่จุนซูส่งสายตาเย็นๆมาให้
หุบปากไว้กินข้าวเลยไอ้ไก่ อย่าได้คิดเอาชั้นไปนั่งเป็นส่วนเกินเชียว ฮึ่ม (*W*)
“ งั้นชั้นไปก่อนนะ แล้วจะซื้ออะไรมาฝาก “ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะล่ำลา พร้อมจูงมือซองมินออกไป คล้อยหลังคู่รัก คนไร้คู่ในห้องถอนหายใจยาว ก่อนจะกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ
เอาเถอะ มันคงยังไม่ถึงวันของเราละมั้ง
-
-
-
“ ยุนโฮ วันนี้นายว่างมั้ย? “ คนตัวโตที่นั่งคิ้วขมวดจนกลัวว่าจะแก้ไม่ออก เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสองคนเพียงแค่แว้บเดียวก่อนจะก้มลงไปทำงานต่อ
“ ไม่ว่าง แค่นี้ใช่มั้ย ชั้นยุ่งอยู่ “ พูดโดยไม่เงยหน้า
“ จะยุ่งอะไรหนักหนาว่ะ งานที่นายทำ ชั้นก็ทำเหมือนกัน หัดคลายเครียดซะมั่งเหอะ อายุก็เพิ่งจะ 24 ทำตัวเหมือนคนอายุ 30 ไปได้ “ คังอินพูดพร้อมดึงแว่นออกจากใบหน้าเพื่อนอย่างรวดเร็ว
“ เฮ้ย ทำอะไรของแกว่ะ เอาคืนมาไอ้หมีหื่น “
“ นายต้องไปกับชั้นคืนนี้ ชั้นถึงจะคืนให้ “ ก้าวถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าไอ้เพื่อนตัวโตทำท่าจะลุก ยุนโฮถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะกระแทกตัวลงบนเก้าอี้ ยืดแขนยืดขาคลายความเมื่อย
“ ไปไหน ถ้าไม่ได้เรื่องมีหัวแตก “
“ สำหรับคังอินคนนี้ไม่มีคำว่าไม่ได้เรื่อง ไม่ดีจริงไม่นำเสนอ คราวนี้ชั้นคอนเฟิร์มว่า “ผ่าน” ขอรับคุณ จอง ยุนโฮผู้เรื่องมาก “ พูดจบพร้อมผ่ายมือออก ก้มตัวลงเล็กน้อย มีฮันคยองพยักหน้าเป็นลูกคู่ ยุนโฮส่ายหัวอย่างระอา
“ อะไรทำให้นายมั่นใจขนาดนั้นว่ะ “ เพราะเท่าที่ผ่านมา ยุนโฮนั้นหนีกลับแทบจะทันทีที่ไปถึง
“ อยากรู้ คืนนี้ก็ทำตามที่ชั้นบอกก็พอ หึหึ แล้วคืนนี้เจอกัน “ พูดจบพร้อมวางแว่นไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินผิวปากจากไปอย่างอารมณ์ดีทิ้งคนคิดมากไว้ลำพัง เอนหลังพิงเก้าอี้หลับตาลงอย่างเหนื่อยๆ
เอาเถอะ ลองไปดูอีกสักครั้งก็ไม่เสียหายละมั้ง
-
-
-
เสียงกุกกักที่ดังอยู่หน้าห้องเรียกสติอีกคนที่นั่งวาดพิมพ์เขียวอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะมองไปที่นาฬิกาข้างกำแพง ตีหนึ่งกว่าแล้วเหรอนี่ คิดได้อย่างนั้นจึงถอดแว่นออกลุกขึ้นไล่ความเมื่อยสักพักก่อนจะเดินออกไปหาน้ำกินก่อนนอน แต่ต้องแปลกใจเมื่อเห็นร่างใหญ่ของยุนโฮนอนอยู่ที่โซฟา จุนซูนิ่วหน้าเมื่อเดินเข้าใกล้แล้วกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่จากร่างสูงนั้นลอยมากระทบจมูก
“ นี่ไอ้หมีขี้เมา อย่ามานอนอืดเป็นศพส่งกลิ่นเหม็นเน่าทำให้โซฟากับพรมห้องเหม็นซิ ไปนอนห้องตัวเองไป๊ “ ส่งเสียงปลุกพร้อมกับเอาปลายเท้าเขี่ยไปมาที่ขาอีกฝ่าย
“ อือ... “ ร่างสูงกลับส่งเสียงอืออาในลำคอ พร้อมกับนอนนิ่งหายใจเข้าสม่ำเสมอ จนอีกคนส่ายหัวอย่างเซ็งๆ ทิ้งให้ขึ้นอืดอย่างงี้ละกัน แต่พอหันหลังให้
“ ฮัดชิ้ว “ ร่างสูงบนโซฟาก็จามออกมาเสียงดัง จนคนตัวเล็กชะงัก อากาศถึงจะไม่เย็นมาก แต่การที่มานอนอยู่ตรงนี้โดยไม่มีผ้าห่ม เช้ามาอาจจะกลายเป็นศพขึ้นอืดจริงๆก็ได้
“ ฮัดชิ้ว “
อีกครั้งเพื่อยืนยันว่าขี้เมาตรงหน้าหนาว จุนซูจึงตัดสินใจเดินไปที่ห้องยุนโฮ ห้องที่ตัวเค้าเข้ามาอยู่ร่วมกันนั้นยังไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลยสักครั้ง จริงอยู่ว่าห้องครัว ห้องนั่งเล่นนั้นใช้ร่วมกัน แต่ละคนก็มีห้องส่วนตัวของตัวเองคนละห้องด้วยเช่นกัน จุนซูมองไปรอบๆห้องอย่างสนใจ เพราะการตกแต่งห้องนั้นสวยถูกใจเค้าพอสมควร จุนซูเปิดลิ้นชักตู้เพื่อหาผ้าขนหนูผืนเล็ก แต่เมื่อหันมามองบนเตียงขนาดใหญ่ที่ไม่มีการเก็บ ที่นอนกระจัดกระจาย อดจะแอบด่าว่าสกมกไม่ได้จริงๆ ก่อนจะหอบผ้าห่มผืนใหญ่ลากพื้นออกมาห่มคนขี้เมา
มือเล็กบิดผ้าขนหนูก่อนจะเอื้อมไปเช็ดใบหน้าที่หลับสนิทอย่างเบามือ กวาดสายตาไปตามสันจมูก โครงหน้าคนตรงหน้าอย่างพินิจ จะว่าไปหมอนี่มันก็หน้าตาใช้ได้... คิ้วเข้มได้รูป ดวงตาเรียวคม จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบาง โครงหน้าเรียวยาว เห็นแล้วนึกไปถึงวันแรกที่ได้เจอกัน ยอมรับเลยว่าคนตรงหน้านั้นหล่ออย่างร้ายกาจ อดจะใจเต้นไม่ได้เมื่อได้สบตา เพื่อนสนิทของพี่ชายฝาแฝดที่เวลากลับบ้านแต่ละครั้ง มักจะมีชื่อคนคนนี้มาเล่าให้ฟังด้วยตลอด ทั้งรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบกันครั้งแรก หลังจากที่ได้เห็นเพียงแค่รูปถ่ายที่จุงโฮเอามาให้ทำความรู้จัก แต่ความนิยมดิ่งวูบเมื่อริมฝีปากหยักนั่นยังไม่ได้แม้แต่จะเอื้อนเอ่ย
-
-
-
“ นี่จุนซู น้องชายฝาแฝดชั้น ส่วนนี่ยุนโฮ เพื่อนชั้นเอง “
“ สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ “ จุนซูส่งยิ้มทักทายตามประสาคนอัธยาศัยดี แต่ต้องยิ้มค้างเมื่ออีกฝ่ายนั้นนอกจากจะไม่ยิ้มตอบ ยังหันหน้าหนี
“ ยังไงชั้นก็ฝากดูแลน้องชั้นด้วยละกัน ถึงจะอายุเท่ากัน แต่นะ...ก็อย่างที่เห็น “ จุงโฮหันไปตบไหล่เพื่อน ฝากฝังน้องชายกับเพื่อน
“ อะไรจุงโฮ พูดอย่างงี้อยากมีเรื่องหรือไง “ คนตัวเล็กอารมณ์เริ่มขุ่นเมื่อพี่ชายตัวเองนั้นพูดจาไม่เข้าหู แถมไอ้หน้าหล่อแต่ไร้มารยาทแบบนั้น แถมรอยยิ้มคล้ายเยาะเย้ยที่มุมปากพร้อมสายตาเหยียดๆนั่นอีก
-
-
-
คิดมาถึงตรงนี้แล้วอยากหาอะไรมาฟาดหน้าหล่อๆนี่ให้หายแค้นสักทีชะมัด นิ้วเรียวจึงเผลอหยิกแก้มคนที่กำลังหลับสนิทนั่นแรงๆหนึ่งที ก่อนจะจัดแจงให้คนตัวโตนอนในท่าสบาย
“ จุน..ซู ..... “
เจ้าของชื่อชะงักมือไม่แว้บนึงเมื่อได้ยินชื่อตนจากปากคนตรงหน้า แถมย่นคิ้วคล้ายคนคิดมาก นอนกระสับกระส่ายไปมา จุนซูยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อจะฟังว่ายุนโฮนั้นพูดอะไร แต่มีเพียงเสียงงึมงำในลำคอ จึงถอยมาจ้องมองคนตรงหน้านิ่ง
“ ชั้นชักอยากรู้แล้วซิว่านายกำลังฝันอะไรอยู่ “
-
-
-
เสียงคล้ายแก้วกระทบกันเรียกสติให้เจ้าของเปลือกตาหนักอึ้งคล้ายคนเอาก้อนหินมาทับไว้ค่อยๆพยายามฝืนลืมตาขึ้นมาทีละนิด กระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสว่าตัวเค้านั้นอยู่ที่ไหน ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง
ห้องนั่งเล่น... แล้วตัวเค้ามานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ?
กลิ่นหอมอ่อนๆของกาแฟลอยมากระทบจมูกเรียกสติ จึงพยายามลุกขั้นนั่งพร้อมนวดขมับตัวเองไล่อาการปวดหัวที่กำลังเล่นงาน
“ ตื่นแล้วเหรอ ดื่มอะไรสักหน่อยมั้ย “ จุนซูเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าคนตัวโตนั้นลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆกัน แต่อีกคนกลับพิงพนักโซฟาหลับตานิ่งคิ้วขมวดมุ่น จุนซูจึงวางแก้วลงบนโต้ะตัวเล็กด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าห้องครัวไปอีกครั้ง
“ จุนซู... “ เค้นเสียงเรียกแผ่วเบาเมื่อประสาทสัมผัสนั้นรับรู้ว่าคนข้างตัวนั้นลุกจากไป แต่อาการปวดหัวที่เล่นงานอยู่นั้นทำได้เพียงเค้นเสียงจากลำคอที่แห้งผาก และยิ่งใจหายเมื่อรู้สึกถึงความเงียบรอบตัว มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยกรุ่นรอบกาย
แต่เพียงครู่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีผ้าเย็นๆนั้นแนบหน้าผากตนพร้อมฟูกยวบตัว มือหนายกขึ้นคว้าข้อมือคนข้างตัวอย่างเร็ว จนอีกฝ่ายสะดุ้งตาม
“ เช็ดหน้าซะหน่อยนะ เผื่อจะดีขึ้น “ คนเมาค้างจึงยอมนั่งนิ่งๆให้อีกคนเช็ดหน้าตัวเอง
“ หอมจัง “ ยุนโฮพูดขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากผ้าขนหนูกระทบจมูก
“ รู้สึกดีขึ้นมั้ย ? “ ถามก่อนจะผละมือออก
“ อืม ดีขึ้นเยอะเลย “ พูดพลางคว้ามือเล็กที่ผละออก หันหน้ามามองคนข้างตัวนิ่ง
“ ขอบใจ “ พูดพลางยิ้มนิดๆ ซึ่งน้อยครั้งที่คนตรงหน้าจะยิ้มทั้งปาก ทั้งตา จุนซูรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวเมื่ออีกฝ่ายนั้นยิ้มให้แบบนี้
“ ว่าแต่...ทำไมชั้นถึงมานอนอยู่ตรงนี้ละ? “ ยุนโฮพูดขึ้นเมื่ออีกคนนั่งเงียบ ไม่ช่างเจรจาเหมือนเคย
“ ก็เมื่อคืนนายฟุบหลับไป ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น จะให้ชั้นแบกนายไปนอนในห้อง ก็ท่าจะไม่ไหว ไหล่ชั้นคงจะหักก่อนแหงๆ ชั้นเลยเข้าไปในห้องนายไปเอาผ้าห่มมาให้ กลัวนายจะหนาวตาย ว่าแต่...นายไม่ว่าอะไรใช่มั้ย ? “ เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนคร่าวๆก่อนจะถามปิดท้าย ยุนโฮหันมามองอย่างแปลกใจ
“ ก็เรื่องที่ชั้นเข้าไปในห้องนายเมื่อคืนอ่ะ “ พูดเสียงอ่อย จนอีกฝ่ายอมยิ้ม ทีเรื่องแบบนี้กลับกังวล สมองพลันนึกไปถึงวันแรกของการอยู่ร่วมกัน
“ กฎข้อแรก ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว “
ยุนโฮนึกขำเมื่อคนตรงหน้านั้นรู้สึกผิดที่ละเมิดกฎ แถมเป็นกฎที่เจ้าตัวพูดขึ้นเอง คงจะเสียฟอร์มอยู่ไม่น้อยละซิท่า คิดถึงตรงนี้แล้วอดที่จะนึกไปถึงครั้งแรกที่ได้เจอกัน จุงโฮเพื่อนร่วมห้องที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนได้ทำงานที่เดียวกัน แต่อยู่ๆมาบอกว่าจะย้ายไปทำงานที่สาขาอื่นซึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง แถมบอกว่าจะให้น้องชายฝาแฝดมาอยู่แทน น้องชายที่ยุนโฮนั้นได้เห็นแค่เพียงรูปถ่าย
-
-
-
“ เนี่ยะนะ น้องชายฝาแฝดนาย “ คังอินถามเสียงดังเมื่อหยิบเอาหนึ่งในรูปถ่ายครอบครัวที่จุงโฮนั้นใส่กรอบอย่างดีวางไว้โต้ะข้างเตียง แล้วพอเจ้าตัวพยักหน้ารับ คังอินกลับเบะหน้า ส่ายหัวไปมาก่อนจะยกรูปขึ้นมาเทียบข้างใบหน้าจุงโฮ
“ ชั้นนึกว่าน้องสาวนายมากกว่าซะอีก ดูดิ ปากนิด จมูกหน่อย ตัวก็เล็กกว่านายตั้งเยอะ ยิ้มหวานด้วย “ พูดไปพลางทำหน้าเคลิ้มไปจนคนโดนเหน็บอดจะยกมือตบแปะไปที่หัวเจ้ากะล่อนสักที ก่อนจะคว้ารูปกลับคืนมาตั้งไว้ที่เดิม
“ ไรว่ะ แค่นี้ทำหวง “ บ่นหงุงหงิงก่อนจะเดินหนีไปหาอะไรกิน มีจุงโฮเดินตามออกไป เหลือแค่ยุนโฮที่ยังคงนั่งจ้องมองคนในรูปนิ่ง ครั้งแรกที่เค้าเห็นก็คิดเหมือนกับคังอิน แต่ที่ทำให้เค้าละสายตาไปไม่ได้คงจะเป็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้ รอยยิ้มที่เห็นแล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ “ เสียงใสๆ เจ้าของรอยยิ้มที่อยู่ตรงหน้าไม่ไกลนักทำเอายุนโฮหัวใจกระตุก รู้สึกเก้อเขินเกินกว่าจะเอ่ยทักตอบจึงทำได้แค่หันใบหน้าของตัวเองที่รู้สึกคล้ายคนเป็นไข้หนีให้พ้นภาพตรงหน้า
“ ยังไงชั้นก็ฝากดูแลน้องชั้นด้วยละกัน ถึงจะอายุเท่ากัน แต่นะ...ก็อย่างที่เห็น “ จุงโฮหันไปตบไหล่หนาของตัวเค้าเบาๆ ฝากฝังน้องชายตัวเอง
“ อะไรจุงโฮ พูดอย่างงี้อยากมีเรื่องหรือไง “ เสียงใสแหวใส่ แถมใบหน้าบูดบึ้งที่พยายามทำให้ดูน่ากลัว แต่ยุนโฮกลับเห็นว่า น่ารักซะมากกว่า จนเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาแต่เมื่อสายตาเล็กคู่นั้นมาสบตาเค้ากลับเชิดหน้าหนี จนตัวเค้าเหวอ แถมส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้จนงงว่าไปทำอะไรให้คนตรงหน้าไม่พอใจ
-
-
-
“ เฮ้อ... “ ถอนหายใจหนักๆเมื่อนึกไปถึงเรื่องนั้น จนถึงตอนนี้ตัวเค้าก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างตัวเค้ากับคนตรงหน้า
“ เครียดอะไรหรือไง ถึงได้กินมากขนาดนั้น “ จุนซูเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตัวโตที่นิ่งไปสักพักนั้นถอนหายใจยาว
“ เปล่า ว่าแต่วันนี้นายไม่ไปทำงานรึ? “
“ วันนี้วันอาทิตย์ครับคุณผู้ชายขี้เมา “
“ แล้วไม่มีนัดไปไหนหรือไง “
“ ชั้นมันคนไร้คู่นี่ จะให้ไปคนเดียวก็เซ็งจะตาย อยู่บ้านเฉยๆก็น่าเบื่อชะมัด “ ส่ายหน้าไปมาแถมเอนตัวซบที่เท้าแขนอีกฝั่งนึงของโซฟา จึงไม่เห็นสีหน้าโล่งใจอีกคน
“ แล้วถ้าคนไร้คู่แบบชั้น จะชวนนายไปเที่ยวเป็นเพื่อน คุณหนูจุนซูสนใจมั้ยครับ? “
จุนซูลืมตามามองคนตัวโต กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาชี้ตัวเองสลับกับคนตรงหน้า แต่เมื่อเห็นว่าอีกคนพยักหน้าแข็งขัน จึงนิ่งคิด
“ นายเลี้ยง โอเคมั้ย? “ เด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง ยิ้มเต็มใบหน้า
“ โอเคเลยครับ “
-
-
-
" นี่ยุนโฮเดินให้มันเร็วกว่านี้หน่อยซิ ชั้นหิวแล้วนะ " จุนซูหันไปเร่งคนตัวโตที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายใจ ผิดกับอีกคนที่ร้อนรน
" ร้านอาหารมันไม่หนีไปไหนหรอกน่า "
" แต่ชั้นหิวแล้วนี่ หิว หิว หิว หิวแล้ว!! " ร้องโวยวายไม่หยุดแถมย่ำเท้ากับที่ไปมาย้ำให้รู้ว่าหิวมากแค่ไหน
" แต่ไอ้ร้านที่นายอยากไป วันหยุดแบบนี้คนไม่เต็มร้านแล้วรึ? ไปแล้วไปเก้อ ชั้นไม่โดนนายกินแทนอาหารหรือไง "
" หง่า...ลืมไปเลยว่าวันหยุดแบบนี้ต้องโทรไปจองก่อน โอ๊ย !! แล้วเอาไงดีล่ะ ชั้นหิวจนจะเดินไม่ไหวแล้วนะ " จุนซูทำหน้าผิดหวังอย่างร้ายกาจก่อนจะร้องโวยวายเหมือนเคย ยุนโฮมองอาการงอแงเป็นเด็กของคนตัวเล็กแล้วอยากจะหัวเราะแต่ดูแล้วเงียบไว้จะดีกว่า แล้วสายตาเรียวนั้นเหลือบไปเห็นป้ายบางอย่าง
" งั้นเราไปกินที่ร้านตรงนั้นก่อนละกัน " ยุนโฮชี้นิ้วไปที่ร้านขนาดเล็กร้านหนึ่ง ก่อนจะเดินนำไม่รอให้อีกคนได้เอ่ยค้าน
แต่เมื่อเดินเข้าไปในตัวร้านที่ตกแต่งได้เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ ยุนโฮมองไปรอบๆร้านก่อนจะสะดุดตาที่มุมหนึ่งของร้าน หันไปบอกบริกรก่อนจะแตะไหล่คนตัวเล็กที่มองไปรอบๆร้านอย่างสนใจ
" ไม่ยักกะรู้ว่าแถวนี้มีร้านแบบนี้ด้วย " จุนซูเอ่ยขึ้นเมื่อสั่งรายการอาหารเรียบร้อย สายตาเล็กๆนั้นเป็นประกาย ยุนโฮยิ้มชอบใจเมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของคนตรงหน้า
" ชั้นกับเพื่อนมาแถวนี้บ่อยแน่ะ ตั้งแต่เปิดร้านเลยก็ว่าได้ "
" จริงอ่ะ แต่เดี๋ยวต้องลองชิมอาหารดูก่อนว่าใช้ได้เหมือนบรรยากาศร้านหรือเปล่า "
" ชั้นรับรองเลยว่าผ่าน แถมเมนูที่ชั้นสั่งไปก็เป็นเมนูเด็ดและขึ้นชื่อของร้านเลยล่ะ "
" ก็ดีเพราะชั้นจะกินให้กระเป๋านายฉีกเลย หึหึ " แลบลิ้นให้ก่อนจะหันไปสนใจกับโคมไฟเล็กที่ตั้งประดับโต๊ะไว้ ยุนโฮยิ้มขำๆ ก่อนจะเงยหน้าไปเห็นร่างคุ้นตา ยกมือขึ้นทักก่อนจะลุกเดินเข้าไปหา ทิ้งจุนซูนั่งมองตามอย่างงงๆ คนสองคนที่ทักทายกันอย่างสนิทสนม คุยอะไรกันสักอย่างก่อนคนตัวสูงอีกคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนส์สีอ่อน ผมสีดำที่ตัดสั้น ทำให้ใบหน้านั้นมีเสน่ห์ แถมสายตาที่มองมาทางตัวเค้าพร้อมรอยยิ้ม ก้มหัวทักทาย จุนซูจึงส่งยิ้มก้มหัวให้อย่างงงๆ ส่วนยุนโฮนั้นผลุบเข้าไปตรงหลังร้านแต่อีกคนนั้นเดินตรงมาทางโต๊ะเค้า
หง่า...ไอ้หมีนั่นมันส่งใครมาฟระ
" สวัสดีครับ ผมฮันคยอง เป็นเพื่อนกับยุนโฮแล้วก็จุงโฮ " แนะนำตัวเมื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามเพื่อคลายอาการเกร็งของคนตัวเล็ก
" เพื่อนจุงโฮเหรอครับ สวัสดีครับ ขอบคุณนะครับที่ยอมคบกับฝาแฝดผม " ยิ้มให้จนตาแทบปิด จนอีกคนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆกับคำพูดอีกฝ่าย
" ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่ทำไมวันนี้ถึงมากับยุนโฮได้ล่ะ "
" หมอนั่นบอกว่าจะเลี้ยงผมน่ะ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปที่ไหนดี หมอนั่นเลยชวนผมมา ที่แท้ก็ร้านเพื่อนตัวเอง ชิ อย่าไปลดให้หมอนั่นแม้แต่วอนเดียวเลยนะ เพราะวันนี้ผมจะกินให้หมอนั่นหมดตัวเลย " จุนซูกอดอกจิ้ปากอย่างขัดใจ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อมีอะไรเย็นๆมาแตะแก้ม
" ตามสบาย อยากจะรู้เหมือนกันว่าตัวเล็กๆแบบนายจะกินได้ถึงครึ่งที่จุงโฮกินหรือเปล่า " ยุนโฮพูดล้อๆก่อนจะนั่งลงข้างเพื่อนตัวเองที่มองสองคนสลับไปมา
ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเข้าใจเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนตัวเองเวลามองคนตัวเล็กตรงหน้า
" งั้นตามสบายล่ะกันนะทั้งสองคน ขาดเหลืออะไรบอกได้เลย ขอตัวก่อนนะครับ แล้วไว้เจอกันใหม่ " ตบไหล่เพื่อนเบาๆก่อนจะหันไปเอ่ยลาจุนซู
" อืมขอบใจว่ะ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน "
" เพื่อนนายนี่ดูดีเนอะ " จุนซูเอ่ยขึ้นเมื่อคล้อยหลังฮันคยอง
" พูดจาก็ดี มารยาทก็ดี แต่งตัวก็ดี แถมหน้าตาก็ดี " ยุนโฮชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อคนตรงหน้านั้นเอ่ยชมเพื่อนตัวเอง
" เออ ใช่ซิ ในสายตานาย ชั้นมันไม่ดีอยู่แล้วนี่ งั้นแก้วนี้นายก็ไม่ต้องกินล่ะกัน " หางเสียงสะบัดพร้อมกับมือหนายกแก้วทรงสวยตรงหน้าหนี
" อ้าวแล้วกัน เอามาให้ชั้น ก็ต้องให้ชั้นกินซิ " มือเล็กๆเอื้อมไปคว้าไว้ได้เร็วพอกัน ยื้อแย่งจนเอามาถือเองสำเร็จ กลิ่นหอมอ่อนๆลอยกรุ่นจากแก้ว เงยหน้ามามองคนตัวโตที่จ้องมองมาไม่วางตา ก่อนจะหลุบสายตาต่ำลง ยกแก้วขึ้นจิบ
หวานกลมกล่อม นุ่มลิ้น เย็นชื่นใจดีแฮะ
รอยยิ้มเล็กแต้มริมฝีปากแดงอย่างพอใจ ทำให้ยุนโฮคลายอาการเกร็ง เท้าแขนลงบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปถาม
" ใช้ได้มั้ย " จุนซูเลิกคิ้วนิดๆ จิบอีกครั้งก่อนจะวางแก้วลง
" ก็... " ลากเสียงยาว
" ก็อะไรละ "
" ใช้ได้ " พูดจบพร้อมยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง
" เหรอ ค่อยยังชั่วหน่อย ชั้นก็กลัวว่าจะไม่ถูกใจนาย " ยุนโฮถอนหายใจยาว เอนหลังพิงเก้าอี้
" หือ? นายเป็นคนชงแก้วนี้เหรอ? " เป็นจุนซูบ้างที่อยากรู้
" อืม เอามาให้นายกินแก้หิวไปพลางๆก่อนอาหารจะมา ถ้านายชอบก็ดี อีกแป้บเดียวอาหารก็จะมาแล้วล่ะ "
" ขอบใจนะ " จุนซูนิ่งไปนิดก่อนจะเอ่ยขอบคุณ
" ไม่เป็นไร นายชอบชั้นก็ดีใจ " ยุนโฮยิ้มให้ทั้งตาทั้งปาก จนคนมองหน้าร้อนผ่าว จึงหยิบแก้วขึ้นมาจิบหันหน้าไปนอกหน้าต่าง
-
-
-
“ มีอะไรดีหรือไงจุนซู ช่วงนี้ชั้นเห็นนายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ใกล้เคียงคนบ้าเข้าไปทุกวัน “ ฮยอคแจทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองนั่งจิบโกโก้แก้วโปรดของตัวเองอยู่ดีๆก็ยิ้มที่มุมปากเหม่อมองไปข้างนอก อาการแบบนี้คุ้นๆแฮะ
“ เหรอ คงงั้นมั้ง “ จุนซูหันมาสบตาเพื่อนก่อนจะยิ้มรับหันไปสนใจวิวนอกร้านเช่นเดิม
“ คิดถึงใครอยู่หรือไง? รู้มั้ยอาการของนายตอนนี้เค้าเรียกว่าอะไร “ ฮยอคแจว่ายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ อะไร? “ จุนซูหันมามองอย่างสนใจ
“ คนมีความรัก “
-
-
“ ห๋า!! “ เป็นเวลาหลายนาทีกว่าจุนซูจะเข้าใจในสิ่งที่ฮยอคแจพูด (= =”)(รู้ตัวช้าจริงเพื่อนกรู)
“ ไม่หาละ อ้ะๆ อย่าเถียงเชียว เพราะชั้นก็เคยเป็นแบบนายมาก่อน “ ยกมือขึ้นห้ามเมื่อเห็นว่าคนกำลังมีความรักแต่ไม่รู้ตัวอ้าปากจะเถียง
“ อาการแบบไหนของนาย อย่ามั่วๆ “ ยังคงไม่ยอมรับ
“ ก็...เหม่อลอย เวลาทำอะไรแล้วรู้สึกมีความสุข ก็มักจะนึกไปถึงใครอีกคน แบบว่า จะดีขนาดไหนถ้าคนนั้นเค้ามาอยู่ตรงนี้ด้วย “ พูดไปทำหน้าเคลิ้มประกอบ จนคนฟังหน้าร้อนผ่าวเมื่อเพื่อนพูดแทงใจ
ไอ้บ้านี่มันรู้ความคิดเราได้ไงว่ะ (>//<)
“ แต่ที่ชั้นไม่รู้ก็คือ ไอ้คนที่นายคิดถึงอยู่แน่ะใคร “ พูดพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้
“ ไม่รู้ไม่ชี้ “ เอามือดันหน้าทะเล้นเพื่อนออก ไม่สบตา ก่อนจะยกแก้วตัวเองขึ้นมาแก้เก้อ แต่สายตาเรียวกลับเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่เดินมากับชายหนุ่มรูปร่างใกล้เคียงกัน สัญชาติญาณบางอย่างบอกให้ตัวเค้านั่งเงียบไว้ เลื่อนตัวเองเข้ามุมเก้าอี้ให้มากที่สุด ใจเต้นระรัวเมื่อร่างสูงนั้นมานั่งโต้ะใกล้กันมีเพียงต้นไม้ประดับร้านกั้น
“ ตกลงเอาไงยุนโฮ ชั้นไปคุยมาให้เรียบร้อยแล้วนะ “ หลังจากที่สั่งออเดอร์เสร็จ คังอินยิงคำถามแทบจะทันที อีกฝ่ายกลับนั่งเงียบคิ้วขมวด
“ ขอเวลาหน่อย “ ยุนโฮพูดเสียงเครียดหลังจากที่นั่งเงียบมาได้สักพัก
“ อีกกี่วันว่ะ นายพูดคำนี้มาจะเป็นเดือนแล้วนะโว้ย ชั้นเข้าใจนะว่านายรับปากกับจุงโฮไว้ แต่คนที่มาขอให้ชั้นช่วยหาห้องให้นี่ก็คือนายเองนะ “
ห้อง? จุนซูนั่งตัวแข็งเมื่อได้ยินชื่อพี่ชายตัวเอง แถม...
“ ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่หว่า “ ยุนโฮพูดเสียงอ่อย
“ ไม่เหมือนกันยังไงละ “ ถามขึ้นบ้าง
“ ไม่รู้สักเรื่องนี่จะได้มั้ย “ ยุนโฮหันเป็นทำเสียงเข้ม จนอีกคนทำคอย่นก่อนจะหันไปมองรอบๆร้านแทนหน้าเพื่อนที่ทำหน้าบูดเป็นตูดหมี
“ ก็ถ้าในเมื่อนายลำบากใจที่จะอยู่ห้องเดียวกับน้องจุงโฮ ว่าแต่น้องจุงโฮชื่อไรนะ ลืมว่ะ “
“ ชื่อ จุนซู ไอ้หมีความจำเสื่อม “ ยุนโฮตอบให้
“ เออ งั้นชั้นก็จะเตือนสมองไอ้หมีความจำสั้นแบบนายว่า นายเองนะที่มาขอร้องให้ชั้นหาห้องใหม่ให้เพราะว่านายลำบากใจที่จะอยู่ห้องเดียวกับจุนซู ไม่ใช่หรือไงว่ะ “
“ มัน..ก็ใช่...ที่ชั้นไปขอร้องนาย แต่... “
จุนซูกำมือแน่นรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว รู้สึกตกใจเมื่อได้ยินว่าตัวเองนั้นกำลังเป็นหัวข้อสนทนา ความรู้สึกหลายอย่างวิ่งพล่านไปทั่วร่างที่กำลังสั่นเทิ้ม
แต่ที่มีมากกว่าคือ ความเสียใจ
นี่ชั้นมันน่ารังเกียจจนนายไม่อยากอยู่ด้วยกันขนาดนั้นเชียวหรือ ยุนโฮ
“ อ้าว เฮ้!! จะไปไหนน่ะจุนซู รอชั้นด้วยดิ กลับมาจ่ายเงินก่อนเซ่ “ ฮยอคแจตะโกนเรียกเพื่อนตัวเองที่จู่ๆก็ลุกพรวดพราดออกจากร้าน ยุนโฮหันมามองตามเสียงแปดหลอดของฮยอคแจจนทันเห็นแผ่นหลังที่คุ้นตาวิ่งผลุนผลันออกจากประตูร้านไป หัวใจกระตุกวูบก่อนจะรู้สึกใจหายเมื่อคิดว่า จุนซูมานั่งอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ยินเรื่องที่เค้าพูดไปเมื่อกี้หรือเปล่า?
“ ชั้นกลับก่อนนะคังอิน “ ยุนโฮพูดเร็วๆก่อนจะลุกตามร่างเล็กไปแทบจะทันที
“ อ้าว ของที่สั่งไปยังไม่ได้เลยนะ เฮ้ย ยุนโฮ !! “ คังอินตกใจที่จู่ๆยุนโฮก็ลุกออกไป มองตามหลังเพื่อนที่วิ่งไปอย่างเร็ว ก่อนจะหันมาสบตากับฮยอคแจที่ยืนงงพอกันกับอาการของเพื่อน
หวังว่านายคงไม่ได้ยินเรื่องเมื่อกี้นะจุนซู ....
-
-
-
“ จุนซู เปิดประตูออกมาคุยกันก่อน จุนซู !! “ ยุนโฮตะโกนเรียกคนในห้องอย่างร้อนรน และยิ่งมีแต่ความเงียบตอบรับ หัวใจก็ยิ่งร้อนรน
“ ขอร้องละจุนซู ออกมาคุยกันก่อน มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ “ ยุนโฮพยายามพูดกล่อมให้อีกคนเปิดประตูมาฟัง เค้าไม่รู้ว่าจุนซูได้ยินมากแค่ไหน แต่ที่แน่ใจคือจุนซูต้องนั่งอยู่ตรงนั้นก่อนที่เค้าจะไป คิดได้แค่นั้นหัวใจยิ่งเต้นแรง ร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อจู่ๆบานประตูที่ปิดสนิทเปิดออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่เดินออกมาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ ยุนโฮเห็นอย่างนั้นแล้วหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม
“ นั่นนายจะไปไหนน่ะจุนซู “ ยุนโฮเดินไปขวางอีกฝ่ายที่เดินก้มหน้า แถมเบือนหน้าหนีไปอีกฝั่ง
“ จะไปไหนมันเรื่องของชั้น นายน่าจะดีใจนะที่ไม่มีชั้นอยู่ด้วย “ เสียงใสเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“ มันไม่ใช่อย่างที่นายได้ยินนะจุนซู ฟังชั้นอธิบายก่อนได้มั้ย ถือว่าชั้นขอร้อง “ ยุนโฮพูดพลางเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่าย
“ อย่ามาแตะ ชั้นได้ยินไม่ผิด แล้วก็ขอโทษด้วยที่การมีตัวตนของชั้นมันทำให้นายลำบากใจ “ จุนซูสะบัดแขนออกพร้อมกับก้าวถอยหลัง ยุนโฮชาวาบเมื่อเห็นดวงตาอีกฝ่ายที่ตอนนี้แดงก่ำ
“ ฟังชั้นก่อนได้มั้ย นายกำลังเข้าใจผิด “ ยุนโฮก้าวเท้าเข้าหาอีกฝ่ายที่ถอยหลังหนี ใบหน้าที่มักจะมีแต่รอยยิ้มส่ายหน้าช้าๆพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้น ริมฝีปากแดงเม้มแน่น
“ ไม่ฟัง ชั้นไม่ฟังอะไรทั้งนั้น “ ตวาดลั่นก่อนจะวิ่งหนีไปอีกทาง แต่ยุนโฮไวกว่าจึงคว้าตัวได้ทันตรงหน้าห้องนอนของตัวเอง จุนซูพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุมจนยุนโฮรวบตัวเข้ามาในอ้อมกอด
“ ปล่อยชั้นนะ ชั้นบอกให้ปล่อย นายไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องชั้น !!! “ จุนซูตวาดเสียงดังชิดอกคนตัวโตที่กอดแน่น
“ ไม่ปล่อย จนกว่านายจะฟัง “ เสียงทุ้มเอ่ยเสียงดังไม่แพ้กัน เมื่ออีกฝ่ายนั้นพูดคำที่เค้าไม่ต้องการได้ยิน
แล้วทำยังไงเค้าถึงจะมีสิทธิ์
“ ชั้นมีอะไรจะให้นายดู แล้วต่อจากนั้นนายจะว่ายังไง ก็ตามใจ “ ยุนโฮถืออาการนิ่งของอีกฝ่ายว่า ตกลง จึงยอมคลายอ้อมกอดแต่มือหนากุมมือเล็กอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะจูงให้เดินเข้าไปในห้องนอนด้วยกัน ยุนโฮพาจุนซูมาหยุดที่โต๊ะหัวเตียง มือหนาเอื้อมไปหยิบบางอย่างที่วางคว่ำไว้ให้ตั้งโชว์เหมือนเดิม จุนซูนั้นจ้องมองสิ่งที่วางอยู่หัวโต๊ะอย่างแปลกใจ มือเล็กยื่นไปหยิบมาดูใกล้ๆเพื่อความแน่ใจว่าตาเค้าไม่ฝาด ก่อนจะหันมามองคนตัวโตที่นั่งนิ่งที่ขอบเตียง
“ เพราะอย่างงี้ไงละ ชั้นถึงลำบากใจที่จะอยู่กับนาย ความอดทนชั้นก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะ “ ยุนโฮพูดเสียงเบา
“ นายเอามาจากไหน? ชั้นจำได้ว่าชั้นให้จุงโฮไปนี่นา “ จุนซูพึมพำมองคนตรงหน้าไม่วางตาสลับกับของในมือ
“ ชั้นขอจุงโฮมาเองละ นายไม่รู้หรอกว่ารูปนี้มันทำให้ชั้นมีความสุขขนาดไหนเวลามอง แล้วก็ได้แต่คิดว่า มันจะดีขนาดไหนถ้านายจะยิ้มแบบนี้ให้ชั้นบ้างในความเป็นจริง ชั้นไม่รู้หรอกนะว่านายไม่ชอบชั้นเพราะอะไร.... “
“ แต่ชั้นไม่เคยหยุดชอบนายเลย.... “ หยุดพูดไปนิดก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายด้วยเสียงหนักแน่นพลางเงยหน้าสบตาให้รู้ว่าตัวเองนั้นรู้สึกอย่างที่พูดจริง
“ ชั้นไม่ได้ ไม่ชอบนายสักหน่อย แค่... “ จุนซูพูดตะกุกตะกักขึ้นเมื่อทั้งห้องมีแต่ความเงียบ ยุนโฮเงยหน้ามามองอย่างแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ แค่หมั่นใส้ที่นายเมินใส่ชั้นก่อนอ่ะ “ อ้อมแอ้มตอบ คิ้วหนายิ่งขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม
“ ชั้นเนี่ยะนะเมินนาย “ นิ้วเรียวชี้มาที่ตัวเองอย่างงงๆ
“ ก็ตอนเจอกันวันแรก ชั้นทักทายนาย แต่นายกลับหันหน้าหนี ไม่ยิ้มไม่ทักชั้นเลยนี่ “ พยายามพูดรื้อฟื้นสิ่งที่อีกคนนั้นเหมือนจะลืมสนิท เงียบไปสักพัก ยุนโฮก็หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะทิ้งตัวล้มลงนอนอย่างคนหมดแรง
“ เวรกรรม ที่แท้ก็เรื่องนั้นนี่เอง ฮ่าๆๆ บ้าดีชะมัด “
“ ไม่ขำเลยนะไอ้บ้า รู้มั้ยว่าชั้นเสียความรู้สึกขนาดไหน “ จุนซูพูดฉุนๆเมื่ออีกฝ่ายกลับหัวเราะ ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพร้อมตีแปะไปที่พุงคนตัวโต
“ ที่ชั้นเมินหน้าหนีก็เพราะเขินที่นายยิ้มให้ ที่ชั้นไม่ทักตอบก็เพราะนายน่ารักจนชั้นตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก นายจะเชื่อชั้นมั้ยละ “ ยุนโฮพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นมานั่ง สายตาแพรวพราว
อ่ะนะ ไม่นึกว่าหมีขี้เก็กจะพูดอะไรเสี่ยวๆให้คนฟังเขินได้ขนาดนี้เป็นเหมือนกัน (>//<)
“ จะไปไหนน่ะ “ ยุนโฮถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนน่ารักที่ยกมือขึ้นมาดันหน้าเค้าออกก่อนจะลุกเดินไปที่ประตูห้อง
“ เปลี่ยนรูป “ พูดพร้อมเดินถือกรอบรูปสุดหวงของยุนโฮเข้าห้องตัวเองไป ยุนโฮนั่งมองตามอย่างงงๆก่อนจะเดินตามคนตัวเล็ก พอเข้าไปก็เจอจุนซูนั่งทำอะไรสักอย่างอยู่บนโต๊ะ สายตาคมเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่มุมโต๊ะ จึงรีบสาวเท้าไปใกล้พร้อมหยิบขึ้นมาดู ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่ออีกคนก็มีเหมือนที่ตัวเค้ามี
“ อ่ะ หัดอัพเดทซะมั่งนะ รูปนั้นมันตั้งกะชั้นอยู่มัธยม เห็นแล้วมันน่าอายออก “ พูดพร้อมยื่นรูปใหม่ที่ตัวเองใส่ให้ แล้วต้องตกใจที่จู่ๆใบหน้าของยุนโฮนั้นอยู่ห่างกันแค่ลมหายใจกั้น
“ แต่ชั้นว่ามันคงไม่จำเป็นแล้วละ “ พูดพลางเกลี่ยนิ้วไปบนแก้มเนียนก่อนจะหยุดที่กลีบนุ่ม เลื่อนใบหน้าเข้าหาจนริมฝีปากหยักตัวเองแตะกลีบแดงแผ่วเบา ผละออกมานิด สบตานิ่งนาน
“ เพราะชั้นได้ตัวจริงมาแล้ว “
-
-
-
ฮ้าวววว~~~
ง่วงนอนชะมัดเลย อากาศก็น่านอน เสร็จงานตอนเช้าแล้วกลับเข้าไปงีบสักหน่อยดีกว่า เมื่อวานนั่งระทึกปนเครียดจนแทบไม่ได้นอนเลย ก็แหม เมื่อวานตอนเย็นจู่ๆจุนซูก็วิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามา แถมชนตัวเค้าจนเซ แต่พอเงยหน้ามาตาแดงๆเหมือนคนร้องไห้ แต่ไม่อยู่ให้ถามก็รีบเข้าห้องไป ไอ้ครั้นจะตามไปถามก็กระไร เพราะผมไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่นอะไรขนาดนั้นนี่ แถมยังไม่ทันหายงง ยุนโฮก็วิ่งมาเต็มพลังชนจนเค้าล้มลงไปนั่งที่พื้น รีบเปิดประตูตามเข้าไปไม่หันมาขอโทษอีกด้วย
เลยอดจะลุกเอาหูไปแนบประตูห้องไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรกัน (แน่ใจนะว่าไม่ได้อยากรู้--*--) ได้ยินแต่เสียงสองคนตะโกนใส่กัน จับความได้บ้างไม่ได้บ้าง เท่าที่ฟังนี่ท่าทางจุนซูจะเข้าใจอะไรผิดสักอย่าง แต่สักพักก็เงียบไป หวั่นใจชะมัดว่า ไม่ใครก็ใครฆ่าใครสักคนหมกห้องไปแล้วหรือเปล่า = =” เลยนอนไม่หลับตาโบ๋เป็นหมีแพนด้าแบบนี้ไง สงสัยต้องหาอะไรมาโปะตาสักหน่อย เดี๋ยวเกิดริ้วรอยก่อนวัย
“ โย่ พี่ยูชอน เหวอ!! ไหงตาโบ๋เป็นผีงั้นอ่ะพี่ “ เสียงทงเฮทักขึ้นอย่างดังเมื่อเห็นหน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองนั้นนั่งตาโหล สีหน้าระโหยโรยแรง
“ พูดจาอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยได้มั้ยเช้าๆแบบนี้ ว่าแต่นายยังไม่ไปที่ร้านอีกเรอะ “ หันมาเขกกะโหลกจอมแสบเบาๆหนึ่งที โทษฐานทักซะน่าเกลียด ผีที่ไหนหน้าตาหล่อขนาดนี้
“ เปิดร้านแล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่าต้องเอาของมาส่งพวกพี่ๆเค้าก่อน อ่ะ ของทุกคน โอ้ะ พอดีเลย หวัดดีฮะพี่ยุนโฮ หวัดดีจุนซู แปลกจัง วันนี้ออกมาพร้อมกันได้ “ ประโยคหลังทงเฮยกมือทักทายคนสองคนที่เปิดประตูออกมาจากห้อง ยูชอนนั้นชะโงกหน้ามามองแทบจะทันที
เฮ้อ~~~ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ยังไม่มีเหตุฆาตกรรม
“ หวัดดีทงเฮ นั่นของพี่หรือเปล่า “ เดินเข้ามาหาก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วของตัวเอง
“ ใส่น้ำตาลให้จุนซูเยอะหรือเปล่าทงเฮ? “ ยุนโฮถามขึ้นพร้อมรับแก้วของตัวเองมาถือ
“ ก็ปกตินี่ฮะ ถามทำไมหรือฮะ หรือผมทำหวานไป “ ทงเฮหันมาถามจุนซูที่ทำหน้างงพอกัน
“ งั้นก็ดี อย่าใส่เยอะละ เพราะแค่นี้ก็ดุพอแล้ว “ พูดพลางยิ้มที่มุมปากเดินเอื่อยๆไปทางออก มียูชอนหัวเราะชอบใจ ตามด้วยทงเฮที่เพิ่งเก็ทกับมุขของยุนโฮ มีแค่จุนซูที่ยืนเม้มปากแน่นควันออกหู
“ ไอ้หมีอ้วน นายหาว่าชั้นเป็นหมาเรอะ ฮึ้ย!!! “ เดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อฟาดสักทีให้หายแค้น แต่ยุนโฮกลับคว้ามือไว้ได้ทันแถมยัดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเองอย่างรวดเร็ว คนขี้โมโหจึงทำได้แค่ฮึดฮัดแต่ก็ยอมเดินตามคนตัวโตไป
“ งั้นนายก็เป็นคนเลี้ยงหมาอ่ะดิ “ ยื่นหน้าเข้าไปหาพลางแลบลิ้นใส่
“ คงงั้นมั้ง “ เอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆที่ดังเป็นระยะ
-
-
-
-
“ พี่เห็นอย่างที่ผมเห็นมั้ย “
“ แล้วนายเห็นอย่างที่พี่เห็นมั้ยละ “
“ ตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะพี่ยูชอน “ ทงเฮหันไปเขย่าแขนถามอย่างตื่นเต้น
“ แล้วชั้นจะรู้ด้วยมั้ยเล่า นายก็วิ่งไปถามสองคนนั้นเอาเองซิ “
“ โหย ไม่ได้เรื่องเลยพี่ยูชอน เป็นถึงเจ้าของอพาทเมนต์แท้ๆ แต่ไม่รู้เรื่องลูกบ้าน "
" อ้าวไอ้ลิงนี่ ใครจะเป็นพวกสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเค้าแบบนายกันเล่า " ยกมือขึ้นเขกกะโหลกหัวกลมๆนั่นอีกครั้ง
" โอเค เดี๋ยวผมไปถามเองก็ได้ แบร่ (-3-) “ พูดจบพร้อมวิ่งตามสองคนนั้นไป
“ เอาให้ละเอียดนะทงเฮ แล้วกลับมาเล่าให้พี่ฟังด้วย “ ยูชอนตะโกนตามไปก่อนจะผลุบกลับเข้าเคาเตอร์อย่างอารมณ์ดี สงสัยจะต้องโทรรายงานเจ้าจุงโฮซะหน่อยแล้วละมั้งว่า ท่าทางหมอนั่นจะได้ยุนโฮไปดองด้วยแหงๆ
ถ้าสองคนนี้คบกันจริง อพาทเมนต์ผมคงจะสงบขึ้นและประหยัดค่าซ่อมขึ้นเยอะแหงๆ โฮะๆ
Happy Ending