Warning!! : Yaoi Fiction เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้อ่าน และอาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้นจากจินตนาการและความคิด ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลใดๆ ใน Fiction และมิได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลใดๆนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด ขอให้ใช้วิจารณญาณก่อนอ่านและถ้าคุณไม่พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับหรือรับไม่ได้กับฟิคแนวนี้ขอให้ปิดหน้านี้ไปเสียนะคะ
Title : HoSu, Sarang Yong Won Hee
Author : rose_tulip
Genre : Suspense, Romantic
Pairing : Yunho&Junsu, Yuchun&Jaejung, Changmin
Prologue
คุณเชื่อเรื่องชาติภพ การระลึกชาติได้ หรือการกลับชาติมาเกิดบ้างไหม?
เราจะได้พบคนที่รักในอดีตชาติอีกครั้งในชาติภพใหม่จริงๆ เหรอ แล้วเราจะยังจำกันได้ไหมถ้าได้เจอกันอีกครั้งในชาติปัจจุบัน?
จำเป็นไหมถ้าอดีตเคยเกิดเป็นเพศใดก็ต้องเป็นเพศนั้นอีกครั้งในชาติภพปัจจุบันและทุกๆ ชาติไป?
คุณเคยรู้สึกคุ้นหน้าใครสักคนหนึ่งมากๆ เหมือนกับเคยเจอกันมาก่อน แล้วคุยกันถูกคอทั้งๆ ที่เพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรกหรือเปล่า?
การที่เราได้พบเจอใครต่อใคร ได้รู้จักผู้คนมากมายอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะบางทีเราอาจจะได้เคยรู้จักพวกเขาเหล่านั้นมาหลายภพหลายชาติแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะรู้สึกพิเศษกับใครบางคนทั้งที่เพิ่งได้เห็นหน้ากันเป็นครั้งแรกก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน คุณคิดเช่นนั้นไหม?
พระเจ้าให้โอกาสมนุษย์ในการเรียนรู้ชีวิตในทุกด้าน รัก โลภ โกรธ หลง ผิดหวัง เสียใจ สิ่งที่เราได้เจอล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เรากำหนดเองหรือชะตากำหนดไว้กันแน่?
คำถามมากมายเหล่านี้ คุณหาคำตอบให้กับมันได้หรือไม่?
สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีก และสิ่งที่เคยทำมาแล้วคือสิ่งที่จะต้องทำอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยไปจนกว่าจะทำสิ่งนั้นสำเร็จ
“อุปป้าช่วยหนูด้วย!!
“เจคยอง เรซู ลูกแม่!!”
“เรซู อดทนไว้นะ จับมือพี่ไว้ อย่าปล่อยนะ ห้ามปล่อยเด็ดขาด เข้าใจไหม!!”
“อุปป้าคะ หนูกลัว ออมม่า!! อุปป้า!! ไม่ไหวแล้ว ฮือ อุปป้า..”
“เรซู!! อ๊ากกก”
“กรี๊ดดดด ลูกแม่!!”
แสงสว่างรำไรที่เห็นอยู่ตรงหน้า แม้ดูเหมือนใกล้เพียงมือเอื้อมถึงแต่กลับห่างไกลออกไปทุกทีๆ ในยามที่สติสัมปชัญญะใกล้จะดับสูญ มือไขว่คว้าสิ่งที่ทำหลุดไปให้กลับมาอีกครั้งแต่ก็ไร้ผล หูพลันแว่วเสียงร่ำไห้แผ่วเบาอยู่ไม่ไกลนัก จิตใต้สำนึกสั่งให้พยายามดิ้นรนหนีความตายและไขว่คว้าสิ่งที่หายไปให้เจอ แต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งทำให้ลมหายใจหมดลงเร็วเท่านั้น ทิ้งไว้เพียงเสียงตะโกนภายในจิตใจเป็นครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครได้ยิน
...ไม่!! ไม่อยากตาย!! ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยด้วย
.
.
.
.
“เฮือก!!”
ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ลุกขึ้นมานั่งหอบหายใจแรงๆ ราวกับต้องการเอาอากาศเข้าร่างกายให้มากที่สุด เครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้สูงกว่าปกติเล็กน้อย บวกกับอากาศที่เริ่มเย็นในเวลาเช้ามืดแบบนี้ไม่ได้ช่วยทำให้เขารู้สึกเย็นสบายแม้แต่นิดเดียว เสื้อนอนที่สวมใส่อยู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นมาราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วรีบร้อนใส่เสื้อผ้าโดยไม่เช็ดตัวให้แห้งเสียก่อน เมื่อลดระดับการหายใจลงมาเป็นปกติได้แล้วมือหนาก็ยกขึ้นขยี้ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมนุ่มแรงๆ อย่างรู้สึกขัดใจปากก็บ่นพึมพำ
“ฝันบ้าอะไรอีกแล้วว่ะ”
เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงหยิบสมุดบันทึกเล่มขนาดพอดีมือที่มีปากกาเสียบติดอยู่เสมอบนโต๊ะข้างเตียงมาแล้วเริ่มจดบันทึก
30 พฤศจิกายน 2007
5 : 30 AM.
‘ฝันอีกแล้ว ความฝันที่ทำให้รู้สึกทรมานแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว อึดอัด ทรมานเหมือนกำลังจะตาย หรือสุดท้ายอาจจะตายจริงๆ ก็ได้ มันเกิดขึ้นอีกแล้ว คราวนี้ห่างจากคราวที่แล้ว...’ พลิกกระดาษหน้าที่ผ่านมาดูแล้วหลับตานึกทบทวนอยู่ครู่นึงจึงลืมตาขึ้นมาจดต่อ ‘ประมาณ 3 สัปดาห์ ทำไมคราวนี้ทรมานมากขึ้น มีเสียงๆ หนึ่งร้องเรียกชื่อๆ หนึ่ง เหมือนคุ้นเคยกับชื่อนี้เหลือเกิน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก’ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะปิดสมุดลงแล้วเอาวางไว้ที่เดิม
“นอนต่ออีกมีหวังตื่นสายแน่เลย เฮ้อ!” ส่ายหัวแรงๆ ขับไล่ความง่วงงุนที่ยังมีอยู่เล็กน้อยก่อนจะเก็บที่นอนพับผ้าห่มให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป โดยที่ไม่รู้ล่วงหน้าสักนิดเลยว่าจากนี้ไปชะตาชีวิตได้นำพาเขามาถึงจุดสำคัญและกำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตจากนี้ไปจนตลอดกาล
End Prologue